|
เสือกุย
|
ครูตชด.ป.โท
ผู้ประสานงานก่อตั้งสมาคมข้าราชการตำรวจชั้นประทวนแห่งประเทศไทย
ขอเชิญ
พี่ น้อง เพื่อน
ข้าราชการตำรวจชั้นประทวน
ร่วมก่อตั้งสมาคมข้าราชการตำรวจชั้นประทวนแห่งประเทศไทย
|
|
|
|
|
|
เสือกุย
|
ร่างข้อบังคับสมาคมข้าราชการตำรวจชั้นประทวนแห่งประเทศไทย
หมวดที่ ๑ ความทั่วไปข้อที่ ๑ สมาคมเรียกว่า สมาคมข้าราชการตำรวจชั้นประทวนแห่งประเทศไทย มีชื่อย่อว่า ส.ป.ท. ในข้อบังคับนี้ ส . ย่อมากจากคำว่า สมาคมข้าราชการตำรวจ ป . ย่อมาจากคำว่าชั้นประทวน ท . ย่อมาจากคำว่า แห่งประเทศไทย สมาคม หมายถึง สมาคมข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ข้าราชการตำรวจชั้นประทวนนอกราชการ หรือ ข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรซึ่งเคยเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนมาก่อน ข้าราชการตำรวจชั้นประทวนหมายถึง หมายถึง ข้าราชการตำรวจที่มียศ สิบตำรวจตรี สิบตำรวจโท สิบตำรวจเอก จ่าสิบตำรวจ และดาบตำรวจ ที่อยู่ในราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ข้าราชการตำรวจชั้นประทวนนอกราชการ หมายถึง ข้าราชการตำรวจที่ ลาออก หรือพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จ บำนาญ ข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรซึ่งเคยเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน หมายถึงข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่งชั้นประทวนมาก่อนเป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรหรือเคยเป็น นักเรียนพลตำรวจ หรือ นักเรียนนายสิบตำรวจก่อนเป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร คณะกรรมการสมาคม หมายถึง สมาชิกสมาคมข้าราชการตำรวจชั้นประทวนแห่งประเทศไทย ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากสมาชิกภาพ ของสมาคมตำรวจชั้นประทวนแห่งประเทศไทย คณะผู้บริหารสมาคม หมายถึง คณะกรรมการบริหารสมาชิกสมาคมข้าราชการตำรวจชั้นประทวนแห่งประเทศไทย ข้อที่ ๒ เครื่องหมายสมาคม มีลักษณะเป็นตราแผ่นดิน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ และพิมพ์ตัวอักษรใต้สัญลักษณ์ตราแผ่นดินสีเลือดหมูว่า สมาคมข้าราชการตำรวจชั้นประทวนแห่งประเทศไทย ข้อที่ ๓ สำนักงานใหญ่ของสมาคม ตั้งอยู่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ข้อที่ ๔ วัตถุประสงค์ของสมาคม มีดังนี้ ๔.๑ เพื่อเสริมสร้างความสามัคคี และความสัมพันธ์อันดีระหว่างข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ทั่วราชอาณาจักร ให้เกิดความรักและความร่วมมือในการพัฒนาสำนักงานตำรวจแห่งชาติและอาชีพให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น ๔.๒ ส่งเสริมสวัสดิการและสมรรถภาพของข้าราชการตำรวจชั้นประทวนให้พร้อมปฏิบัติหน้าที่ พิทักษ์รับใช้ปวงประชา ๔.๓ ส่งเสริมและสนับสนุนความก้าวหน้าของข้าราชการตำรวจชั้นประทวน โดยเสนอแนะ ระเบียบกฎหมาย และข้อปฏิบัติ ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 และ กฎ ก.ตร. ที่เกี่ยวข้อง และปกป้องคุณธรรม ตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณ ของตำรวจ ๔.๔ ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์ ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการทางการเมือง ๔.๕ ส่งเสริมด้านสวัสดิการนันทนาการของตำรวจชั้นประทวน ๔.๖ เพื่อให้สมาชิกมีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นและประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ๔.๗ เพื่อประชาสัมพันธ์ข่าวสารความคิดเห็นจากข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ๔.๘ ตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจ สร้างความเป็นธรรมที่เท่าเทียมให้กับข้าราชการตำรวจและประชาชน
หมวดที่ ๒ สมาชิก ข้อที่ ๕ สมาชิกสมาคม มี ๓ ประเภท คือ ๕.๑ สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลผู้ทรงเกียรติหรือผู้มีอุปการคุณแก่สมาคมซึ่งคณะผู้บริหารสมาคมลงมติให้เชิญเป็นที่สมาชิกของสมาคม ๕.๒ สมาชิกสามัญ ได้แก่ ข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ทั่วราชอาณาจักร ๕.๓ สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ ผู้เคยเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ทั่วราชอาณาจักร ข้อที่ ๖ การชำระเงินบำรุงสมาคม ๖.๑ สมาชิกสามัญที่เป็น ข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ชำระรายปีๆละ ๑๐๐ บาท ๖.๒ สมาชิกวิสามัญ ชำระรายปีๆละ ๕๐ บาท ข้อที่ ๗ ผู้ประสงค์จะสมัครเป็นสมาชิกสามัญและวิสามัญ ต้องยื่นใบสมัครตามแบบที่กำหนดไว้ต่อเลขาธิการสมาพันธ์ และให้เลขาธิการสมาคม เสนอต่อคณะผู้บริหารสมาคม เพื่อให้คณะผู้บริหารสมาคมพิจารณา มีมติเห็นประการใดแล้วให้เลขาธิการแจ้งให้ผู้สมัครทราบ ข้อที่ ๘ การสิ้นสุดสมาชิกภาพ ๘.๑ ถึงแก่กรรม หรือเป็นคนสาบสูญ โดยคำสั่งของศาล หรือเป็นบุคคลล้มละลาย ๘.๒ เป็นคนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือต้องโทษตามคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ความผิดฐานลหุโทษ หรือเพราะการกระทำโดยประมาท ๘.๓ ลาออกโดยได้รับอนุญาตจากคณะผู้บริหารสมาคมเป็นลายลักษณ์อักษร และจะต้องชำระหนี้สินของตนให้สมาคมจนครบถ้วน ๘.๔ ขาดคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งตามข้อ ๗ ๘.๕ ขาดการชำระค่าบำรุงสมาคม ติดต่อกันเป็นเวลา ๒ ปี ๘.๖ ที่ประชุมใหญ่ของสมาคม หรือคณะผู้บริหารสมาคม ได้พิจารณาให้คัดชื่อออกจากทะเบียนเพราะสมาชิกผู้นั้นได้ประพฤติตน นำความเสื่อมเสียมาสู่สมาชิกสมาคม สมาชิกที่เป็นสมาชิกสิ้นสุดนั้น จะยกเหตุแห่งการนั้นมาเป็นข้ออ้างเรียกค่าเสียหายใดๆจากสมาคม หรือคณะผู้บริหาร สมาคมประการใดหาได้ไม่ ข้อที่ ๙ สิทธิของสมาชิก มีดังนี้ ๙.๑ มีสิทธิประดับเครื่องหมายสมาคม ๙.๒ ได้รับเอกสารจากสมาคม ได้รับการส่งเคราะห์และใช้บริการตามที่สมาคม กำหนด ๙.๓ ใช้สถานที่ของสมาคม เพื่อจัดกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามระเบียบ ๙.๔ สามารถติดต่อสอบถามและให้ข้อคิดเห็นแก่คณะผู้บริหารสมาคม ๙.๕ เสนอญัตติติเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะผู้บริหารสมาคม ให้นำเข้าระเบียบวาระเพื่อเข้าที่ประชุมใหญ่ แต่ต้องมีสมาชิกลงชื่อรับรองไว้ในญัตติไม่น้อยกว่า ๑๐ คน ๙.๖ ร่วมกันแต่งตั้ง ๑ ใน ๓ ของสมาชิกทั้งหมด หรือร่วมกันมีจำนวนไม่น้อยกว่า ๑๕๐ คนทำหนังสือลงชื่อไว้ด้วยกันทุกคนในหนังสือนั้น ยื่นต่อคณะผู้บริหารสมาคมเพื่อเรียกประชุมใหญ่เป็นกรณีพิเศษ โดยระบุเรื่องให้มีการประชุมใหญ่เป็นกรณีพิเศษนั้นไว้ในหนังสือที่ยื่นด้วย ๙.๗ สิทธิพิเศษในที่ประชุมใหญ่ (๑) เข้าร่วมประชุม (๒) อภิปรายข้อความตามที่ประชุมอยู่ในระเบียบวาระการประชุม (๓) เสนอข้อคิดเห็น หรือซักถามข้อสงสัยในข้อความที่ประชุมอยู่ในระเบียบวาระการประชุม (๔) เสนอสมาชิกอื่นให้ได้รับเลือกเป็นคณะผู้บริหารสมาคม (๕) ได้รับการเสนอให้ได้รับเลือกเป็นคณะผู้บริหารสมาคม (๖) ออกเสียงลงมติ (๗) รับรองข้อเสนอที่สมาชิกอื่นเสนอ (๘) เสนอให้ลงมติ (๙) ขอเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุมโดยสมาชิกอื่น (๔)-(๙) เป็นสิทธิของสมาชิกเท่านั้น ข้อที่ ๑๐ หน้าที่ของ สมาคม ๑๐.๑ ปฏิบัติตามข้อบังคับของสมาคม และระเบียบซึ่งคณะบริหารสมาคม ได้กำหนด ๑๐.๒ ส่งเสริมร่วมมือในกิจกรรมของสมาคม ให้ดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ ให้สมาคม ตั้งอยู่ด้วยความวัฒนาถาวรสืบไป และต้องรักษาความพร้อมเพรียงในการร่วมประชุม ๑๐.๓ ต้องรักษาคุณธรรม ความดีงาม และต้องไม่ประพฤติตัวเป็นที่เสื่อมเสียด้วยประการทั้งปวง
หมวดที่ ๓ การดำเนินกิจการสมาพันธ์ ข้อที่ ๑๑ให้คณะผู้บริหารสมาคม ทำหน้าที่บริหารงาน สมาคม จำนวนไม่น้อยกว่า ๑๕ คน ประกอบด้วยนายกสมาคม รองนายกสมาคม เลขาธิการ ผู้ช่วยเลขาธิการ เหรัญญิก ผู้ช่วยเหรัญญิก ประชาสัมพันธ์ วิชาการ กฎหมาย สวัสดิการ นายทะเบียน และอื่นๆ ข้อที่ ๑๒ คณะผู้บริหารสมาคม ดังกล่าวในข้อ 11 ให้สมาชิกในแต่ละจังหวัด คัดเลือกกรรมการสมาพันธ์จังหวัดละ ๑ คน ให้กรรมการสมาคม มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ ๒ ปี ๑๒.๑ ให้กรรมการสมาคม คัดเลือกข้าราชการตำรวจชั้นประทวน เป็นนายกสมาคม ๑ คน ๑๒.๒ ให้นายกสมาคม แต่งตั้งเลขาธิการสมาคม และกรรมการต่างๆตามข้อ ๑๑ ตามความเหมาะสม ข้อที่ ๑๓ กรณีที่ตำแหน่งนายกสมาคมว่างลงก่อนครบวาระให้รองนายกสมาคมรักษาการแทน และให้เลขาธิการสมาคม เรียกประชุมกรรมการสมาคม โดยมิชักช้า เพื่อให้กรรมการสมาคม คัดเลือกนายกสมาคม คนใหม่ โดยให้ดำรงตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของนายกสมาคม คนก่อน พร้อมแต่งตั้งคณะผู้บริหารสมาคมชุดใหม่ขึ้นแทนชุดเดิม ข้อที่ ๑๔ อำนาจหน้าที่คณะผู้บริหารสมาคม ๑๔.๑.๑ ให้คณะผู้บริหารสมาคมประชุมครั้งแรกภายใน ๖๐ วัน นับตั้งแต่ที่ประชุมใหญ่ได้มีมติเลือกตั้งคณะผู้บริหารสมาคมแล้ว และถ้าหากผู้บริหารคนใดขาดประชุมติดต่อเลย ๓ ครั้ง โดยไม่มีเหตุผลสมควรถือว่าหมดสิ้นในการดำเนินการบริหารสมาคม ๑๔.๑.๒ คณะผู้บริหารสมาคม อยู่ในตำแหน่งได้คราวละ ๒ ปี คณะผู้บริหารสมาคม ที่พ้นจากตำแหน่งให้คงอำนาจหน้าที่ในการบริหารงานสมาคมในกรณีปกติต่อไปจนกว่าคณะผู้บริหารสมาคม ชุดใหม่เข้ารับมอบหมายงานแล้ว ๑๔.๑.๓ ผู้ขาดจากสมาชิกภาพ ย่อมขาดจากการเป็นผู้บริหารสมาคมด้วย ๑๔.๑.๔ ให้คณะผู้บริหารกิจการของสมาคม ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ โดยกำหนดเป็น ๑๔.๑.๕ นโยบายแผนงานและงบประมาณประจำปี ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงได้โดยมติคณะผู้บริหาร สมาคม เท่านั้น ๑๔.๑.๖ พิจารณาอนุมัติการเข้าเป็นสมาชิก ๑๔.๑.๗ ตั้งที่ปรึกษา หรือคณะผู้บริหารสมาคม ต่าง ๆ ๑๔.๑.๘ กำหนดระเบียบ วิธีการซึ่งไม่ขัดแย้งกับข้อบังคับของสมาคม และ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ ๑๔.๑.๙ ตีความหมายในข้อบังคับของสมาคม ในกรณีที่มีปัญหา ๑๔.๑.๑๐ แต่งตั้งบรรจุและเลื่อนอัตราเงินเดือนหรือปลดลูกจ้างของสมาคม (ถ้ามี) ๑๔.๑.๑๑ แต่งตั้งที่ปรึกษาสมาคม ข้อที่ ๑๕ ผู้บริหารสมาคมแต่ละหน้าที่มีสิทธิและหน้าที่ดังนี้ ๑๕.๑ นายกสมาคม (๑) บริหารกิจการของสมาคม ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ นโยบาย ระเบียบแบบแผนและข้อบังคับของสมาคม (๒) นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุมผู้บริหารและการประชุมใหญ่ ของสมาคม (๓) เป็นผู้แทนสมาคม ในการติดต่อกับบุคคล หน่วยงาน สถาบันทั้งในและนอกประเทศ (๔) เป็นผู้รักษาระเบียบในการประชุม ๑๕.๒ รองนายกสมคม (๑) รองนายกสมาคมทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมใหญ่แทนนายกสมาคม เมื่อนายกสมาคม ไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ (๒) ปฏิบัติหน้าที่ตามที่นายกสมาคมมอบหมาย ๑๕.๓ เลขาธิการ (๑) ลงนามในเอกสารเพื่อกำหนดวันประชุม และเอกสารสำคัญของสมาคม ตามมติคณะผู้บริหารสมาคม (๒) จัดระเบียบวาระการประชุม บันทึกการประชุม เป็นเลขาธิการและดำเนินการเกี่ยวกับการประชุม (๓) ปฏิบัติงานสารบรรณและเก็บรักษาเอกสาร (๔) ดำเนินกิจการของสมาคม โดยทั่วไปที่ไม่อยู่ในหน้าที่ของผู้ใด (๕) ประสานงานกับกรรมการเจ้าหน้าที่ เพื่อให้บริการสมาคมดำเนินไปด้วยดี (๖) ปฏิบัติตามที่ประธานสมาคมมอบหมาย (๗) รักษาราชการแทนประธานสมาคม เมื่อประธานสมาคม และรองประธานสมาคม ไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ๑๕.๔ รองเลขาธิการ (๑) ทำหน้าที่แทนเลขาธิการเมื่อเลขาธิการไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ (๒) ปฏิบัติหน้าที่ตามที่เลขาธิการมอบหมาย ๑๕.๕ ประชาสัมพันธ์ (๑) จัดทำหรือเผยแพร่ข่าวสารตลอดจนเผยแพร่กิจกรรมของสมาพันธ์ ๑๕.๖ ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์ (๑) ปฏิบัติหน้าที่แทนประชาสัมพันธ์เมื่อประชาสัมพันธ์ไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ (๒) ปฏิบัติตามที่ประชาสัมพันธ์มอบหมาย ๑๕.๗ สวัสดิการ (๑) ให้การต้อนรับ อำนวยความสะดวกแก่สมาชิกและผู้อื่นที่มาติดต่อกับสมาคม (๒)อำนวยความสะดวกให้แก่สมาชิกในกิจกรรมสมาคม ๑๕.๘ ช่วยสวัสดิการ (๑) ปฏิบัติหน้าที่แทนสวัสดิการ เมื่อสวัสดิการไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ (๒) ปฏิบัติตามที่สวัสดิการมอบหมาย ๑๕.๙ เหรัญญิก (๑) เก็บรักษา เบิก-จ่ายเงินของสมาคม ตามระเบียบและตามกำหนดไว้ในข้อบังคับ (๒) ดำเนินการเกี่ยวกับการเงินและการบัญชีของสมาคม ๑๕.๑๐ ผู้ช่วยเหรัญญิก (๑) ปฏิบัติหน้าที่แทนเหรัญญิกเมื่อเหรัญญิกไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ (๒) ปฏิบัติตามที่เหรัญญิกมอบหมาย ๑๕.๑๑ นายทะเบียนและผู้ช่วยนายทะเบียน (๑) จัดทำและรักษาทะเบียนประวัติของสมาชิกและจัดทำประวัติของสมาคม (๒) แก้ไขปรับปรุงทะเบียนของสมาชิกให้ถูกต้องตามความเป็นจริง (๓) จัดทำทะเบียนเกี่ยวกับวัสดุ (๔) ให้ผู้ช่วยนายทะเบียนมีหน้าที่เช่นเดียวกับนายทะเบียนเมื่อนายทะเบียนมอบหมายงาน ๑๕.๑๒ วิชาการ (๑)จัดกิจกรรมเกี่ยวกับด้านวิชาการ และฝึกอบรมให้กับสมาชิก (๒)จัดทำเอกสารด้านวิชาการ (๓)จัดทำทะเบียนเกี่ยวกับพัสดุ (๔) จัดทำกิจกรรมด้านนันทนาการให้แก่สมาชิก (๕) จัดทำกิจกรรมด้านทัศนคติ และดูงานให้แก่สมาชิก ๑๕.๑๓ กรรมการสมาคม (๑) ช่วยเหลือกิจการทั่วไปของสมาคม ๑๕.๑๔ ที่ปรึกษาสมาคม ( ๑ ) ให้คำปรึกษาแก่คณะผู้บริหารสมาคม ข้อที่ ๑๖ กรรมการทุกตำแหน่ง เว้นประธานสมาคม และกรรมการให้จัดทำโครงการแผนงานและระเบียบในการปฏิบัติกิจกรรมของตนแต่ละหน้าที่เมื่อที่ประชุมคณะผู้บริหารสมาคมอนุมัติแล้วให้ใช้ได้ ข้อที่ ๑๗ คณะผู้บริหารสมาคม มีอำนาจร่างระเบียบสำหรับกิจกรรมสมาคม โดยไม่ขัดข้อบังคับนี้ ข้อที่ ๑๘ คณะผู้บริหารสมาคม มีสิทธิตั้งสมาชิกเป็นอนุกรรมการให้ปฏิบัติกิจการหรือดำเนินการ ใดๆตามวัตถุประสงค์ของสมาคมได้ตามเห็นสมควร
หมวดที่ ๔ การประชุมใหญ่ ข้อที่ ๑๙ ให้มีการประชุมคณะผู้บริหารสมาพันธ์ เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของสมาคมตามปกติปีละไม่น้อยกว่า ๔ ครั้ง โดยให้นายกประธานสมาคม และรองนายกประธานสมาคมเป็นผู้กำหนดและให้เลขาธิการเป็นผู้แจ้งให้คณะผู้บริหารสมาคม ทราบ วัน เวลา และสถานที่ พร้อมทั้งระเบียบวาระการประชุมและแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๗ วัน ข้อที่ ๒๐ การประชุมของคณะผู้บริหารสมาคม ต้องมีกรรมการร่วมประชุมเกินครึ่งของคณะผู้บริหาร ทั้งหมดจึงถือว่าเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานสมาคมและรองประธานสมาคมไม่มาประชุมก็ให้ประชุมเลือกประธานจากผู้บริหารสมาคม ที่มาดำเนินการประชุม ข้อที่ ๒๑ กรรมการมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนที่ประชุมได้คนละ ๑ เสียง ถ้าเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงได้ ๑ เสียง เป็นเสียงชี้ขาด ข้อที่ ๒๒ให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ปีละ ๑ ครั้ง เพื่อปรึกษากิจการของสมาคม ดังนี้ ๒๒.๑ รายงานของคณะสมาคม เกี่ยวกับกิจการในปีที่ผ่านมา ๒๒.๒ งบดุลประจำปี ๒๒.๓ เลือกตั้งคณะกรรมการผู้บริหารสมาคม เมื่อถึงกำหนดตามวาระ ๒๒.๔ เลือกตั้งผู้ตรวจสอบบัญชีประจำปี ๒๒.๕ ปรึกษากิจการของสมาคม ๒๒.๖ กิจการอื่นๆ ข้อที่ ๒๓ การแจ้งกำหนดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ให้เลขาธิการสมาคม แจ้งกำหนดวัน เวลา และสถานที่ ที่ประชุมพร้อมทั้งส่งเอกสารเกี่ยวกับการประชุมตามที่คณะผู้บริหารสมาคม มีมติ ๒๓.๑ นอกจากการประชุมใหญ่สามัญประจำปีแล้ว คณะผู้บริหารสมาคม อาจจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญได้โดย (๑) มติคณะผู้บริหารสมาคม ให้เรียกการประชุมใหญ่วิสามัญ (๒) สมาชิกร้องขอตามข้อบังคับ (๙.๖) ๒๓.๒ การประชุมใหญ่สามัญนั้นจะต้องมีขึ้นภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่กรรมการได้มีมติเด็ดขาดหรือนับแต่วันที่ได้รับเรื่องขอให้การประชุมใหญ่วิสามัญจากสมาชิกให้ ๒๓.๓ เลขาธิการดำเนินการนัดประชุมตามระเบียบและวิธีการดังกล่าวข้างต้น ข้อที่ ๒๔ ในที่ประชุมใหญ่สามัญ หรือวิสามัญทุกครั้งจะต้องมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า ๑๐๐ คน การลงมติให้ถือเสียงข้างมาก ถ้าการลงมติมีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานชี้ขาด ๒๔.๑ ถ้าการประชุมครั้งแรกสมาชิกไม่ครบองค์ประชุมให้เลขาธิการสมาคม เลื่อนการประชุมออกไปไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน แต่ไม่เกิน ๖๐ วัน นับแต่วันไม่ครบองค์ประชุมครั้งแรก ในการประชุมครั้งที่ ๒ ไม่ว่าสมาชิกจะมาประชุมจำนวนเท่าใดก็ถือว่าครบองค์ประชุม
หมวดที่ ๕ การเงินของสมาคม ข้อที่ ๒๕ สมาคม มีรายได้จาก ๒๕.๑ เงินค่าบำรุงจากสมาคม ๒๕.๒ เงินที่ได้จากการบริจาค ๒๕.๓ เงินอุดหนุน ๒๕.๔ เงินรายได้อื่นๆ ข้อที่ ๒๖ ให้เหรัญญิกของสมาคม เป็นผู้รับผิดชอบการเงินของสมาคมตามกฎหมายและให้ทำรายงานตลอดจนผลงานเสนอคณะผู้บริหารสมาคม เป็นระยะตามความเหมาะสม ข้อที่ ๒๗ เงินของสมาคม ให้ฝากไว้ ณ ธนาคารอันเป็นหลักฐาน แต่เหรัญญิกจะเก็บรักษาเพื่อความสะดวกแก่การจ่ายในกิจการประจำตามปกติก็ได้การเก็บรักษาเงินของเหรัญญิก ในกรณีดังกล่าวนี้ต้องไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท การถอนเงินหรือการสั่งจ่ายเงินจากธนาคารต้องมีลายมือชื่อของนายกสมาคม และรองนายกสมาคม หรือเหรัญญิกลงลายมือชื่อร่วมกัน ข้อที่ ๒๘ นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินนอกจากรายจ่ายประจำ ในกิจการของสมาคมตามวัตถุประสงค์ได้คราวละไม่เกินสองหมื่นบาท หากเกินจำนวนดังกล่าวต้องได้รับอนุมัติจากคณะผู้บริหารสมาคมก่อน ข้อที่ ๒๙ ให้คณะผู้บริหารสมาคม รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของสมาคม อำนวยความสะดวกแก่ผู้ตรวจสอบบัญชีในการที่จะตรวจสอบหลักฐานเกี่ยวกับการเงินและเงินสดเพื่อประโยชน์แก่การตรวจสอบนั้นด้วย รายงานการตรวจสอบบัญชีของผู้ตรวจสอบบัญชีนี้ ให้ผู้ตรวจสอบบัญชีลงลายมือชื่อรับรองเพื่อเสนอที่ประชุมใหญ่ในปีต่อไปด้วย
หมวดที่ ๖ การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม ข้อที่ ๓๐ การแก้ไขข้อบังคับของสมาคม จะทำได้โดยมติที่ประชุมใหญ่ของสมาคม และต้องได้รับความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของผู้เข้าร่วมประชุม ข้อที่ ๓๑ การเสนอแก้ไขข้อบังคับของสมาคม ทำได้ คือ ๓๑.๑ สมาชิกเป็นผู้เสนอโดยมีสมาชิกยื่นลงนามรับรอง ไม่น้อยกว่า ๓๐ คน โดยยื่นต่อเลขาธิการล่วงหน้าก่อนการประชุมใหญ่ ไม่น้อยกว่า ๔๕ วัน ให้เลขาธิการส่งสำเนาข้อเสนอนั้นให้สมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๓๐วัน ก่อนการประชุมใหญ่ ๓๑.๒ คณะผู้บริหารสมาคม เป็นผู้เสนอ โดยแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน ก่อนการประชุมใหญ่ ข้อที่ ๓๒ การเลิกสมาคม จะเลิกได้โดยมติมติที่ประชุมใหญ่ของสมาคมยกเว้นเป็นการเลิกเพราะเหตุของกฎหมาย มติที่ประชุมใหญ่ให้เลิกสมาคม จะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๔ ของสมาชิกสามัญทั้งหมด ข้อที่ ๓๓ ให้ที่ประชุมของคณะผู้บริหารสมาคมเป็นผู้ลงมติเลือกตั้งผู้ชำระบัญชี ข้อที่ ๓๔ ทรัพย์สินของสมาคม ที่เหลือจากการชำระบัญชี มีอยู่เท่าใดให้เป็นไปตามมติที่ประชุมใหญ่
หมวดที่ ๗ บทเฉพาะกาล ข้อที่ ๓๕ ในวาระแรกของการก่อตั้งสมาคมให้คณะกรรมการบริหารสมาคมชุดก่อตั้ง ซึ่งบริหารสมาคมอยู่ มีวาระการดำรงตำแหน่งต่อไปเป็นเวลา ๑ ปี นับแต่ข้อบังคับสมาคมพิจารณาเสร็จสิ้น และให้ดำเนินการประชุมใหญ่ เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารตามข้อ ๑๑ ก่อนครบวาระสมาคมข้าราชการตำรวจชั้นประทวนแห่งประเทศไทย
|
|
|
|
|
ชิเงะจัง
ระดับ 1
ออฟไลน์
กระทู้: 17
งึกๆ งักๆ..เป็น งึกๆ งักๆ
|
http://police.100webspace.net/index.php
|
|
|
|
|
|
เสือกุย
|
ตำรวจต้องเปลี่ยนวิธีคิด ปรับวิธีการทำงาน เพื่อร่วมกันสร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่ โดยให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง
ตำรวจดีมีคุณธรรมประจำจิต ควรยึดติดหลักธรรมพระศาสนา ยึดสายกลางมัชฌิมาปฏิปทา จะนำพาชาวประชาสู่ร่มเย็น อีกทั้งเมตตากรุณาอุเบกขา อีกสัมมาคารวะคนพบเห็น อีกพึ่งพายามยากยามลำเค็ญ สมกับเป็นตำรวจดีที่ต้องการ
|
|
|
|
|
|
เสือกุย
|
ตำรวจที่ดีมีคุณภาพที่ประชาชนต้องการ : 3 ภาพพจน์ของตำรวจที่ผ่านมามักจะถูกมองในภาพลบเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อถือและไม่ไว้วางใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งมีผลต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจโดยรวมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้จัดทำโครงการขึ้น เพื่อให้ตำรวจและประชาชน ได้มี ส่วนร่วมและแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อร่วมกันสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของตำรวจ ให้เป็นตำรวจของประชาชนอย่างแท้จริงตำรวจที่ดีมีคุณภาพที่ประชาชนต้องการ ดังนี้ 1. ยอมรับการเปลี่ยแปลง สามารถปรับตัวเข้าสู่ยุคโลกาภิวัตน์ 2. ต้องยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางและบูรณาการในการทำงานโดยการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากข้าราชการหน่วยอื่น ๆ 3. มีจิตสำนึกของผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ มีจิตวิญญาณของการเป็นตำรวจอาชีพ พิทักษ์รับใช้และบริการด้วยความเต็มใจ รวดเร็ว เป็นธรรม 4. มีความรู้ความสามารถและมีคุณธรรม 4 ประการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานเพื่อให้ยึดเป็นแนวปฏิบัติ 4.1 รักษาความสัตย์ และความจริงใจต่อตนเอง ที่จะประพฤติปฎิบัติแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์และเป็นธรรม 4.2 รู้จักข่มใจและข่มตนให้ประพฤติปฏิบัติอยู่ในความสัตย์ 4.3 การอดทน อดกลั้น และอดออม ที่จะไม่ประพฤติล่วงความสัตย์ สุจริต ไม่ว่าด้วยประการใด 4.4 การรู้จักละวาง ความชั่ว ความทุจริต และรู้จักสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่ของบ้านเมือง 5. มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี มีความจริงใจ สุภาพอ่อนโยน 6. มีความซื่สัตย์ สุจริต อดทน และเสียสละดำรงค์อย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี 7. การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ
|
|
|
|
|
|
S.1981
|
บุคคลากรที่จะต้องใช้ในสมาคมฯ นั้น
จะมาจากไหนครับ (จำนวนมากพอสมควร)
ตร. จะยินยอมให้มาช่วยงานราชการในสมาคมฯ หรือครับผม
|
|
|
|
|
เสือกุย
|
บันทึกข้อความ ที่อยู่ บ้านเลขที่๒๑หมู่๙ ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์๗๗๑๕๐ โทร.๐๘๑-๒๔๘-๓๗๐๗ ที่ - วันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๒ เรื่อง ส.ต.ท.อำนาจ สืบสุทธา ตำแหน่ง ครู (ปท ๑) กก.ตชด.๑๔ ผู้ประสานงานก่อตั้งสมาคมข้าราชการตำรวจชั้นประทวนแห่งประเทศไทย ขออาศัยอำนาจตามกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๕๗ บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับข้อมูล คำชี้แจง และเหตุผลจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กรณีขออนุญาตให้ใช้สถานที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นสถานที่ตั้งสมาคมข้าราชการตำรวจชั้นประทวนแห่งประเทศไทย _____________________________________________________________________________________ เรียน พลตำรวจเอกปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
สิ่งที่ส่งมาด้วย ร่างข้อบังคับสมาคมข้าราชการตำรวจชั้นประทวนแห่งประเทศไทย จำนวน ๑๐ แผ่น
ข้าราชการตำรวจ ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๔ หมายความว่า บุคคลที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง โดยได้รับเงินเดือนจากหมวดเงินเดือนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๖ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นส่วนราชการมีฐานะเป็นนิติบุคคลอยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี และมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) รักษาความปลอดภัยสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระราชอาคันตุกะ (๒) ดูแลควบคุมและกำกับการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจซึ่งปฏิบัติการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (๓) ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา (๔) รักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของราชอาณาจักร (๕) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของข้าราชการตำรวจหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (๖) ช่วยเหลือการพัฒนาประเทศตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย (๗) ปฏิบัติการอื่นใดเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้การปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่ตาม (๑) (๒) (๓) (๔) หรือ (๕) เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ข้าราชการตำรวจชั้นประทวน เป็นบุคคลากรที่สำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปัจจุบันมีประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ คน มีอำนาจหน้าที่เป็นฝ่ายปฏิบัติงานใกล้ชิดประชาชนโดยตรง กระจายกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ทั่วประเทศ มีภารกิจที่หลากหลาย ชีวิตความเป็นอยู่ค่อนข้างลำบาก เงินเดือนน้อย ขาดการเหลียวแลด้านสวัสดิ์การ ขวัญกำลังใจจากผู้บังคับบัญชาเท่าที่ควร และยังถูกสังคมมองว่าการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจชั้นผู้น้อยมีการขูดรีด รับส่วยบ่อยสุด นับตั้งแต่วันตำรวจ วันที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๘ เป็นวันประกาศรวม "กรมพลตระเวน" กับ "กรมตำรวจภูธร" เป็นกรมเดียวกัน เรียกว่า "กรมตำรวจ" ปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภาพพจน์ของตำรวจที่ผ่านมามักจะถูกมองในภาพลบเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อถือและไม่ไว้วางใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งมีผลต่อการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจโดยรวม ปัญหาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่สังคม สื่อสารมวลชนวิพากษ์วิจารณ์ ก็คือการที่การเมืองเข้ามาแทรงแซงกิจการภายในของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ต่อกลุ่มการเมืองและพวกพ้องตลอดมาข้าราชการตำรวจที่ใกล้ชิดนักการเมืองมักจะได้ดิบได้ดีมีตำแหน่ง มีอำนาจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำให้ข้าราชการตำรวจมุ่งที่จะเข้าหาและรับใช้นักการเพื่อหวังที่จะเจริญเติบโตในหน้าที่ราชการ เมื่อมีอำนาจก็มีการใช้อำนาจหน้าที่ทุจริตคอร์รัปชั่นเชิงนโยบาย การจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ สิ่งปลูกสร้างต่างๆ ก็ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยสมกับงบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ที่ดีฝ่ายบริหารก็เก็บไว้ใช้ วัสดุอุปกรณ์เก่าชำรุดให้ฝ่ายปฏิบัตินำไปใช้ส่งมีผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ราชการอย่างมาก และมีการใช้อำนาจเอื้อผลประโยชน์ต่อตนเองและพวกพ้อง มีการซื้อขายตำแหน่ง ส่งส่วย วิ่งเต้นการบรรจุแต่งตั้งโยกย้ายมีการแบ่งเกรดโรงพัก แบ่งยศ ราคาก็ขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ที่ได้รับในตำแหน่งนั้นว่ามากน้อยตามลำดับ การปฏิบัติหน้าที่ก็ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรมัวแต่จะวิ่งหาช่องทางที่จะเจริญเติบโต เมื่อข้าราชการตำรวจที่เสียทรัพย์สินแรกกับตำแหน่งกับการเจริญก้าวหน้าในหน้าที่ราชการ ก็ต้องมีการถอนทุนคืนได้แก่การรับส่วย การตั้งบ่อนการพนัน การสร้างอิทธิพล การเปิดสถานบริการและอบายมุข ที่กระทำผิดกฎหมาย การเฉยเมยไม่สนใจรับคำร้องทุกข์ เบียดเบียนประชาชนทั้งผู้กระทำผิด และผู้ที่ไม่ได้กระทำผิด เรียกว่า เรียกรับเงินในการทำคดีต่างๆ ในที่สุดก็เกิดการไร้ระบบคุณธรรม ผู้อาวุโส ผู้มีความรู้ ความสามารถ มีผลงาน ถูกข้ามไป ไม่ให้ได้รับการบรรจุแต่งตั้งโยกย้ายไปทำหน้าที่ในตำแหน่งที่สำคัญ ทำให้ข้าราชการตำรวจที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่หมดกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ในที่สุด และไม่กล้าที่จะใช้สิทธิทางกฎหมายเป็นผู้เสียหาย จนทำให้ผู้ละเมิดสิทธิได้ใจกลายเป็นวัฒนธรรมในที่สุด ส่งผลให้โจรผู้ร้ายชุกชุม ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก สรุปตำรวจเป็นหน่วยงานที่ถูกร้องเรียนอันดับหนึ่ง ตามที่ถูกเปิดเผยโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ที่กล่าวมาล้วนนั้นเป็นภัยร้ายแรงที่บ่อนทำลายความมั่นคงของชาติโดยแท้ ที่กล่าวมานี้ไม่ได้หมายความว่าข้าราชการตำรวจเราไม่ดีไปเสียทั้งหมด ข้าราชตำรวจที่ดี เสีย สละ ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภายอยู่ในสามจังหวัดชายแดนภายใต้ และข้าราชการที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชนและประเทศชาติก็มีจำนวนมาก ซึ่งสิ่งไหนที่ดีอยู่แล้วก็ต้องพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไป แต่สิ่งไหนที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์ข้าราชการตำรวจเราก็ต้องยอมรับปรับปรุงแก้ไขเปลี่ยนแปลง ข้าราชการตำรวจเราต้องร่วมมือร่วมใจช่วยกันป้องกันปรามข้าราชการตำรวจการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน และทำลายระบบวัฒนธรรมองค์กรที่ไม่ดีให้หมดไป ไม่ให้สร้างเสื่อมเสียให้กับวงการตำรวจไทยอีกต่อไป จากปัญหาดังกล่าวข้างต้น จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนต้องก่อตั้งสมาคมข้าราชการตำรวจชั้นประทวนแห่งประเทศไทย เพื่อปรับปรุง ปฏิรูปองค์กรตำรวจอย่างจริงจัง เพื่อให้ข้าราชการตำรวจเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง เปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่ดี ให้มาเป็นผู้รักษากฎหมาย มีความเที่ยงธรรม ตรงไปตรงมาในการปฏิบัติหน้าที่ เป็นพิทักษ์สันติราษฎร์อย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี พิจารณาดูแล้วมีแต่ข้าราชการตำรวจชั้นประทวนเท่านั้นที่รู้ปัญหาและเป็นบุคคลกลางไม่มีผลประโยชน์แอบแฝงสามารถแก้ไขปัญหาในสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ จะรอให้ฝ่ายการเมืองหรือผู้บังคับบัญชาระดับสูงฝ่ายบริหารมาแก้ปัญหาก็คงเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอนเพราะทั้งสองฝ่ายมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง เมื่อมีผลประโยชน์ก็ย่อมไม่อยากที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลง ผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมข้าราชการตำรวจชั้นประทวนทุกท่าน มีเจตนา ตั้งใจที่แน่วแน่ ที่จะเสียสละ มุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะใช้ศักยภาพ ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ บังคับใช้กฎหมาย แก้ปัญหาตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจ สร้างความโปร่งใส ถูกต้อง เป็นธรรม ที่เท่าเทียมให้กับข้าราชการตำรวจ และประชาชนทุกคนอย่างเสมอภาคตามกฎหมายอย่างแท้จริง ด้วยเหตุผลความจำเป็นดังกล่าวข้างต้นส.ต.ท.อำนาจ สืบสุทธา ตำแหน่งครู (ปท ๑) กก.ตชด.๑๔ ผู้ประสานงานก่อตั้งสมาคมข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ฐานตัวแทนข้าราชการตำรวจชั้นประทวนผู้มีเกียรติและศักดิ์ศรี มีสิทธิกฏหมายที่เท่าเทียมกับทุกบุคคลในสำนักงานตำรวจแห่งชาติทุกประการ ขอความกรุณาพลตำรวจเอกปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ฐานะผู้นำองค์กร ได้โปรดให้สิทธิทางกฎหมายต่อข้าราชการตำรวจชั้นประทวนที่พึงมี ประกอบกับต้องมีจิตสำนึก มีภาวะผู้นำ ไม่เห็นต่อประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ยอมรับการเปลี่ยนแปลง เพื่อเห็นต่อประโยชน์ของข้าราชการตำรวจ ประชาชนและประเทศชาติโดยส่วนรวม อนุญาตให้ใช้สถานที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นสถานที่ตั้งสมาคมข้าราชการตำรวจชั้นประทวนแห่งประเทศไทยด้วย หรืออนุญาติให้ใช้สถานที่ใดในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นสถานที่ตั้งสมาคมได้โปรดแจ้งให้ทราบ หรือหากไม่อนุญาติให้ใช้ถานที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นสถานที่ตั้งสมาคมข้าราชการตำรวจชั้นประทวนแห่งประเทศไทยก็ ขอได้โปรดแจ้งและชี้แจงเหตุผลข้อกฎหมายอย่างจัดเจน เพื่อจะได้ใช้สิทธิทางกฎหมายอุธรณ์คำสั่ง เพราะพิจารณาด้วยข้อกฎหมายแล้วหากไม่ให้สิทธิก็จะเข้าข่าย เป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้น ในการเลือกปฏิบัติให้ใช้สถานที่ตั้งสมาคมแม่บ้านตำรวจ และสมาคมตำรวจได้ทันที ขอโปรดแจ้งข้อเท็จจริงให้ทราบ ภายใน ๑๕ วันตามที่กฎหมายกำหนด ส.ต.ท.อำนาจ สืบสุทธา ผู้ประสานงานก่อตั้งสมาคมข้าราชการตำรวจ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความเมตตาจากท่านพลตำรวจเอกปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อนุญาตให้ใช้ถานที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( สถานที่ไม่ต้องใหญ่โตขอเพียงห้องเล็ก ๆ พอที่จะทำการได้ ) เพราะวัตถุประสงค์การตั้งสมาคมเน้นไปที่ประสิทธิภาพการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจฝ่ายบริหาร สวัสดิ์การ สิทธิประโยชน์ต่างๆ เพื่อประโยชน์ข้าราชการตำรวจ และประชาชนที่เท่าเทียม ไม่เน้นไปที่อาคารสิ่งปลูกสร้างแต่อย่างใด ข้าฯขอขอบคุณท่านล่วงหน้าในความจริงใจ ร่วมมือ ยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่ดีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหลังจากอนุญาตให้ใช้สถานที่ได้แล้ว จะได้ดำเนินการทำหนังสือเวียนแจ้งให้ข้าราชการตำรวจชั้นประทวนทั่วประเทศทราบ และดำเนินการร่วมกันประชุมวางแผน เตรียมการ ก่อนจะยื่นคำขอจดทะเบียนก่อตั้งสมาคมข้าราชการตำรวจชั้นประทวนแห่งประเทศไทย ตามแบบ ส.ค.๑ ณ กองกำกับการ ๓ กองตำรวจสันติบาล ๒ สำนักงานตำรวจสันติบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อย่างเป็นทางการต่อไป จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา ส.ต.ท. ( อำนาจ สืบสุทธา ) ครู (ปท ๑) กก.ตชด.๑๔ ผู้ประสานงานก่อตั้งสมาคมข้าราชการตำรวจชั้นประทวนแห่งประเทศไทย
|
|
|
|
|
|
เสือกุย
|
การก่อตั้งสมาคมข้าราชการตำรวจชั้นประทวนแห่งประเทศไทย
ไม่ยากเกินความรู้ ความสามารถ
ประกอบกับ
เป็นสิทธิทางกฎหมายที่พึงก่อตั้งได้
ปัญหาการดำเนินการทุกอย่างสามารถแก้ไขได้
ไม่ต้องห่วง ทุกขั้นตอนได้วางแผนไว้แล้ว
|
|
|
|
|
|
เสือกุย
|
เมื่อจดทะเบียนก่อตั้งสมาคมข้าราชการตำรวจชั้นประทวนแห่งประเทศไทยสำเร็จ
จะเดินหน้าปฏิรูปสำนักงานตำรวจแห่งชาติทันที
๑. เสนอแก้พรบ.ตำรวจ ๒๕๔๗ ในมีตัวแทนข้าราชการตำรวจชั้นประทวนเป็นคณะกรรมการก.ตร. เข้าไปมีส่วนร่วมในการ วางแผน พัฒนา บริหาร สตช. สิทธิสัวสดิ์การ ต่าง ๆ ต้องดีขึ้น
๒. การบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้ายไม่เป็น ธรรม ของข้าราชการตำรวจ พล.ต.อ. - ส.ต.ต. สามารถร้องเรียนผ่านสมาคมข้าราชการตำรวจชั้นประทวน สมาคมจะฟ้องผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้ในนามสมาคม เพื่อทำลายระบบวัฒนธรรมที่ไม่ดีได้หมดไป
๓. ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นต่าง ๆ สมาคมจะเข้าไปตรวจสอบอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ทุกอย่างจะดีขึ้นและค่อย ๆ หมดไปอย่างแน่นอน
๔. ประชาชนสามารถร้องทุกข์ผ่านสมาคม สามาคมจะดำเนินการตรวจสอบช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาต่างๆ ให้เกิดความเป็นธรรม
|
|
|
|
|
wooddy48
ระดับ 2

ออฟไลน์
เพศ: 
กระทู้: 97
ไม่อยากเห็นสังคมไทย มี 2 มาตรฐาน ในทุกๆที่ทุกหน่วย
|
มาดูครับ..
|
" คนเราเปลี่ยนแปลงอดีตไม่ได้ จงทำวันนี้ให้ดีที่สุด " ** WOODDY@KNCM** " ผิดเป็นครู สอนให้เรารู้ และ สอนคน ที่ไม่รู้ต่อไป " " การให้อภัย คือ การให้ที่ประเสริฐที่สุด" ขอบคุณ
|
|
|
|
ispy191
|
ถ้าทำเพื่อส่วนรวมจริงก็น่าสนับสนุนครับ เพราะทุกวันนี้ไม่ว่ารุ่นเก่ารุ่นใหม่(ตำรวจ) ก็เห้นถึงสิ่งที่มันไม่เป้นธรรมมากมาย ยิ่งนับวันไฟในการทำงานก้ยิ่งมอด เพราะอะไร...ผมไม่โทษใคร ...โทษระบบดีมั้ย ผมเคยตั้งคำถามเเรงๆเกี่ยวกับหน่วยงานนี้ไปเมื่อประมาณสองปีก่อนในยุคที่เรากำลังจะย้ายไปอยู่กระทรวงยุติธรรม และท่านวุฒิฯก็ให้เกียรติมาตอบในประเด็นที่ผมถามไป ทุกวันนี้ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเท่าใหร่ ยิ่งนับวันยิ่งอยากถอยออกไปจากอาชีพนี้ ติดตรงที่ว่าหน้าที่ที่เรารับผิดชอบนั้นสำคัญ และภูมิใจ ไม่อยากเห้นตำรวจด้วยกันต้องไปกระทำผิดต่างๆนานามากมาย เพราะรายได้สวัสดิการค่าครองชีพและปัญหาครอบครัวต่างๆสืบเนื่องมาจากการทำงาน ตั้งเเต่ พรบ.ฯ47 ผมยังไม่เห็นอะไรที่มีประโยชน์กับข้าราชการผู้น้อยที่ต้องทำงานหนัก ต้องทำงานเสี่ยง ประเด็นเรื่องเวลาทำงาน ผมขอไปตั้งประเด็นใหม่ดีกว่า เพราะน่าสนใจ ทำงานมากกว่าราชการส่วนอื่น ความรับผิดชอบมหาศาล แต่.......
5 ปี เข้าปีที่6 หลังจากมีพรบ.ตำรวจ มีเเต่ถอยหลังเข้าคลอง ไม่มีใครต่อสู้เพื่อตำรจส่วนรวมเลย ทหารเขาไปถึงใหนเเล้ว ทหารทำงานอย่างไร รายได้สวัสดิการถึงได้เเซงหน้าเราไป ทั้งๆที่หน้าที่การทำงานน่าจะสูสีกัน อย่าลืมว่ายุคนี้ไม่ได้ไปรบกับใครเเล้วนะครับ (อันนี้ผมมองในความรู้สึกของประชาชนนะครับ ) ตำรวจมียศกับไม่มียศไปถึงใหน ถึงเเม้ว่าจะมีหรือไม่มีก้ตามตามพรบ.ไม่มีผลกระทบถึงข้าราชการตำรวจที่มียศอยู่ก็จริง แต่ผมเชื่อว่า ยังมีตำรวจยังแอบหวังว่าสักวันหนึ่งถ้าเขาปรับสวัสดิการรายได้เทียบเท่าส่วนราชการอื่น(ทั้งที่การทำงาน เวลา หน้าที่ความรับผิดชอบมากกว่ามากกว่า...) เขาก้อยากที่จะสละยศที่ได้รับมาครับ
ผมเคยทราบถึงข้อมูลเรื่องก๊าซ LPG จากเวปที่เวปมาสเตอร์ต่อสู่เรื่องการชึ้นราคาที่ไม่เป็นธรรมเพราะบ้านเราถูกผูกขาดโดยปตท. ว่ามีการนำเข้ามาจริงหรือ ทั้งที่เราผลิตเองได้ เพราะก๊าซน่ะ เป็นผลพลอยได้จากการกลั่นน้ำมัน ซึ่งถือว่ากำไรมากมายมหาศาล คิดดูว่ากลั่นน้ำมัน ได้ทั้งค่าการกลั่น ยังได้ก๊าซมาฟรีๆ ไม่รวมถึงของเหลือจากการกลั่นก้มาเป็นประเภท ปิโตรเคมี ซึ่งนำมาเป้นผลิตภัณฑ์อื่นๆอีกมากมาย เม็ดพลาสติกเอย น้ำมันเครื่อง ฯลฯ เอย (ไม่ต้องงงครับว่าทำไมตอนขายหุ้นครั้งเเรกแค่30กว่าบาท แต่ปัจจุบันทำกำไรไปแล้วกี่เท่า...ทำไมถึงขายขายปตท. ไม่ขาย////พวกที่มันขาดทุนซ้ำซากอย่างรถเมล์ รถไฟ......ไปให้เอกชนเขาปรับปรุงบ้าง) พอต่อสู้กันไปสักพัก ก้มีการเชิญตัวเวปไปออกสื่อ ไปอีเว้นท์ เริ่มมีการคอนเน็คชั่นภายใน....เเล้วก็เงียบหายไป.............
การขุดคอขอดกระมีประโยชน์มหาศาล โครงการมีมานานเป็นร้อยปีไม่ได้ทำสักที่เพราะอะไร พอมีการเคลื่อนใหวก็จะมีมือดีมาล็อบบี้รับผลประโยชน์กันไป.....เย้วๆกันที่รับกันทีแล้วก็เงียบหายไป
ผมเคยคิดจะทำวิทยานิพนธ์เรื่อง เกี่ยวกับทางด่วนที่ขึ้นราคามหาโหดอยู่เนี้ยล่ะครับ ขึ้นราคาได้ไง หมดสัญญาก้หมดไปดิ่ ประชาชนควรใช้ฟรีด้วยซ้ำ เพราประชาชนเดือนร้อนรถติดกับการก่อสร้างมาตั้งเเต่ผมเรียนมัธยม...ยังไม่หมดสัญญาก็ต่อสัญญาเเล้วต่อสัญญาอีก ตั้งบริษัทลูกมาบริหารผลประโยชน์ ถามว่าประชาชนได้อะไร ....แต่พอแค่จั่วเรื่องอาจารย์ก็เเนะนำว่าอย่าทำ....มัน......
ก็ขอดูสมาคมนี้ต่อไปว่าจะเป็นไปรูปแบบใหน.....ปิรามิดจะกลับหัวหรือไม่ โปรดติดตามตอนต่อไป
|
" ล้มเเล้วจงลุกขึ้นใหม่.....จนกว่าลูกแกะจะเป็นราชสีห์ "
|
|
|
|