เว็บบอร์ดตำรวจ
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
พฤศจิกายน 29, 2014, 01:03:27

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ค้นหา:     การค้นหาขั้นสูง
ยินดีต้อนรับสู่ เว็บบอร์ดตำรวจ www.siampolice.com ครับ/ค่ะ
259731 กระทู้ ใน 11191 หัวข้อ โดย 86238 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: mahaa
* หน้าแรก หน้าแรก หน้าแรก หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
+  เว็บบอร์ดตำรวจ
|-+  กลุ่ม การสนทนา หรือ ความรู้ตำรวจ
| |-+  บอร์ด สนทนาเรื่องทั่วไป (ผู้ดูแล: somboon51, adm_tp1, fowler, therd, von, เจ้าหน้าที่ห้องสมุด)
| | |-+  ข่าวตำรวจประจำวันนี้ รายงานโดย"วิงวอน"
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « previous next »
หน้า: 1 ... 11 12 [13] 14 15 ... 30 ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ข่าวตำรวจประจำวันนี้ รายงานโดย"วิงวอน"  (อ่าน 107348 ครั้ง)
วิงวอน.
ระดับ 4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 375


Re: ข่าวตำรวจประจำวันนี้ รายงานโดย"วิงวอน"
« ตอบ #180 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2010, 06:06:03 »


วันพุธ ที่ 29 ธันวาคม 2553



เผยฉายารัฐบาลปี 53 “รัฐบาลรอดฉุกเฉิน”  

นักข่าวทำเนียบตั้งฉายารัฐบาล “รัฐบาลรอดฉุกเฉิน” ขณะที่ “ อภิสิทธิ์”ได้รับฉายา “ ซีมาร์คโลชั่น “

เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบได้มีติตั้งฉายารัฐบาลและรัฐมนตรีประจำปี 2553 ดังนี้ ฉายารัฐบาล คือ รัฐบาลรอดฉุกเฉิน เนื่องจากรัฐบาลต้องเผชิญกับวิกฤตหลายด้านและมีการประกาศใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548  รวมทั้งรอดพ้นจากคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ท่ามกลางข้อกังขาจากสังคม ขณะนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี  ได้รับฉายาว่า  ซีมาร์คโลชั่น  เนื่องในภาวะที่ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจโลก วิกฤติความขัดแย้งทางสังคมทั้งระดับประเทศ ลงไปถึงระดับครอบครัว เปรียบเสมือนผู้ป่วยหนักที่ต้องการยารักษาโรคให้หายขาด บางปัญหาต้องทำการผ่าตัด-ปรับโครงสร้าง-เปลี่ยนอวัยวะ สังคมคาดหวังว่านายกฯ จะเข้ามาแก้ไขปัญหาและรักษาอาการของประเทศได้ แต่ผลการปฏิบัติหน้าที่ของนายกฯ ยังทำได้ผลเพียงการบรรเทาโรค เปรียบเสมือนการใช้ “ซีม่าโลชั่น” ทาแก้คันเท่านั้น

นอกจากนั้นรัฐมนตรีที่ได้รับฉายาด้วยได้แก่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้รับฉายา ทศกัณฐ์กรำศึก เนื่องจากนายสุเทพถือว่าเป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในทุกเรื่อ เปรียบเหมือนทศกัณฐ์ที่มีหลายหน้าและต้องเผชิญศึกหนักจากรอบด้าน   พล.ต. สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ได้รับฉายา  ลิ้นชาละวัน  เนื่องผลงานในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ไม่เป็นที่ประจักษ์-เป็นรูปธรรม แต่บทบาทที่เด่นชัดคือการเดินสายเจรจาสร้างความปรองดองกับทุกพรรคการเมืองทั้งฝ่ายค้าน-รัฐบาล และกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมืองทุกสี รวมทั้งการเจรจากับพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จนถูกวิจารณ์ว่าอยากเป็นนายกรัฐมนตรี  นายสาทิตย์  วงศ์หนองเตย รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี : ได้รับฉายา กริ๊ง...สิงสื่อ  แม้จะพ้นจากการกำกับดูแลสื่อแล้วแต่มักโทรศัพท์สายตรงไปถึงกองบรรณาธิการ-สถานีโทรทัศน์ เพื่อชี้นำและกำหนดทิศทางในการนำเสนอประเด็นข่าว

นายกรณ์ จาติกวณิช รมว. คลัง  ได้รับฉายา  โย่งคาเฟ่   เนื่องจากรมว. คลังจำเป็นต้องมีภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือ และส่งสัญญาณต่อความเชื่อมั่นเรื่องภาวะเศรษฐกิจ แต่นายกรณ์กลับแสดงออกไม่สมบทบาทขุนคลัง ในหลายกรณี อาทิ การเปิดผับเชียร์ฟุตบอลโลก การแสดงบทพ.ต. ประจักษ์ มหศักดิ์ คู่กับแอฟ ทักษอร ในละครวนิดา ภาคปลดหนี้ จนถูกวิจารณ์ว่ามีพฤติกรรมที่เน้นสร้างความบันเทิง-เฮฮา   นายมั่น พัธโนทัย รมช. คลัง   ได้รับฉายา หยากไย่  เนื่องจากเป็นนักการเมืองรุ่นเก่าที่ได้เข้ามาร่วมรัฐบาลชนิดที่หลายฝ่ายคาดไม่ถึง ไม่มีผลงานชัดเจน แต่ก็ยังชักใย-เกาะติดอยู่กับฝ่ายรัฐบาลได้ทุกยุค เปรียบเหมือน “หยากไย่” ที่เกาะอยู่ในบ้านเรือน ที่ไม่มีประโยชน์ รอวันถูกปัด-กวาดทิ้ง 

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว. มหาดไทย ได้รับฉายา  เสืออิ่ม สิงห์โอด  เนื่องจากถูกวิจารณ์เรื่องความไม่ชอบมาพากลสารพัดโครงการ การแต่งตั้งโยกย้ายที่ถูกร้องเรียนว่าไม่เป็นธรรมมากที่สุด ทำลายสถิติเรื่องการมีว่าที่ปลัดกระทรวงมากที่สุด จนนักปกครองทุกสีทั้ง สิงห์ดำ-สิงห์แดง-สิงห์ขาวออกมาโอดครวญ เพราะถูก “เสือ” เจ้ากระทรวงขย้ำจนไม่เหลือความเป็น “สิงห์” ขณะที่เสือ-คนรอบตัว รมว.กลับอิ่มหมีพีมันเสพสุข   พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว. กลาโหม ได้รับฉายา  ป้อมทะลุเป้า แม้คนภายนอกมองว่าบทบาทของเขาไม่โดดเด่น แต่ในความเป็นจริงเขากลับสร้างผลงานได้ทะลุเป้าในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการกุมอำนาจในฝ่ายความมั่นคง การปฏิบัติการกระชับพื้นที่ชุมนุมย่านราชประสงค์   การขออนุมัติใช้งบของกองทัพทั้งงบลับ-งบแจ้งที่ถูกครหาว่าสูงเป็นประวัติการณ์ การได้รับอนุมัติจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จากรัฐบาลทุกรูปแบบ ทุกเงื่อนไข ทำให้เป็นปีที่ “ป้อมทะลุทุกเป้า”

นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว. เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้รับฉายา  หัวเทียนบอด-แบน เป็นคนหนุ่มไฟแรงที่นายกฯ ตั้งความหวังเอาไว้มากว่าจะเข้ามาพัฒนาระบบไอทีของประเทศ แต่ทั้งนายกฯ และคนไทยกลับต้องผิดหวังแทบทุกเรื่อง เพราะทั้งระบบ 3 จี บัตรประชาชนอเนกประสงค์ (สมาร์ทการ์ด) ทุกโครงการยังไม่สำเร็จ    นางพรทิวา นาคาศัย รมว. พาณิชย์  ได้รับฉายา  นาง “ฟ้า” สต็อคลม  เพราะเป็นอดีตแอร์โฮสเตสทและเข้าฐานะรมว. พาณิชย์ ต้องค้า-ขายบริหารสินค้าเกษตร และระบายสต็อกสินค้าเกษตรทั้งหมด แต่ทุกครั้งที่มีการเปิดประมูลสินค้าเกษตร มักมีปัญหาส่อความไม่ชอบมาพากล

สำหรับวาทะแห่งปี2553  คือ “ถ้าเลือกตั้งแล้วนองเลือด แล้วผมชนะ ผมไม่เอาหรอก”  ซึ่งเป็นการให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2553 ที่โรงแรมเซนทาราแกรนด์ อนึ่ง ที่ประชุมสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล ได้ตัดสิทธิสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ในการเข้าร่วมประชุมและเผยแพร่ฉายารัฐบาล เนื่องจากในปี 2552 ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลฉายารัฐบาลประจำปี 2552 พร้อมเบื้องหลัง ก่อนวันเวลาที่กำหนด
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
วิงวอน.
ระดับ 4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 375


Re: ข่าวตำรวจประจำวันนี้ รายงานโดย"วิงวอน"
« ตอบ #181 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2010, 06:14:45 »


วันพุธ ที่ 29 ธันวาคม 2553



เปิดคลิปชนสยองบนทางด่วนตายเกลื่อน!
 

             
เกิดอุบัติเหตุรถตู้เสียหลักฟาดกำแพงทางด่วนโทลล์เวย์ ผู้โดยสารหลุดตกลงมากระแทกพื้นถนนวิภาวดีฯ ดับ 8 ศพ เจ็บอื้อ

เมื่อเวลา 21.45 น. วันที่ 27ธ.ค.ที่ผ่านมา  พ.ต.ท.ฉัตรชัย เอี่ยมอ่อง สวส.สน.จร.วิภาวดี รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถเสียหลักพุ่งตกจากทางทางยกระดับอุตราภิมุข  หรือดอนเมืองโทลล์เวย์ ลงมาบนถนนวิภาวดีรังสิต (ขาเข้า) แขวงลาดยาว เขตจตุจักร ใกล้แยกมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย รีบไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.สนอง แสงมณี สว.จร.สน.วิภาวดี หน่วยกู้ภัยและมูลนิธิปอเต็กตึ้ง

ที่เกิดเหตุด้านล่างบนถนนวิภาวดีฯ เจ้าหน้าที่ถึงกับอึ้งเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า มีร่างมีเสียชีวิตกระจัดกระจายจากแรงเหวี่ยงอย่างรุนแรงจากที่สูง ลงกระแทกกับพื้นด้านล่างร่างกายแหลกเหลว กระดูกหักเละไม่มีชิ้นดี 6 ศพ โดยมีศพกระเด็นลงมาค้างสะพานลอยข้ามถนน 1 ศพ อีกศพกระเด็นตกลงไปในคูน้ำข้าง ม.เกษตรฯ สภาพน่าสยดสยองอย่างยิ่ง ขณะที่พื้นถนนด้านล้างเต็มไปด้วยเศษกระจก เศษเหล็กเต็มไปหมด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่รีบปิดการจราจร เพื่อเคลียร์พื้นที่ ส่งผลให้รถที่มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯติดยาวเหยียดไปจนถึงรังสิต 

ขณะที่บนทางด่วนจุดเกิดเหตุพบรถรถเก๋ง ฮอนด้า ซีวิค สีขาว ทะเบียน ฎว-8461 กท.จอดอยู่กลางถนนสภาพหน้ารถถูกชนอย่างแรงพังยับเยิน ล้อหลุด  โดยมีรถตู้โดยสาร สีขาว ทะเบียน 13-7795 กท. สาย 118 วิ่งระหว่าง ม.ธรรมศาสตร์รังสิต-อนุสาวรีย์ชัยฯ พลิกคว่ำสภาพท้ายรถพังยับเยิน เนื่องจากถูกรถเก๋งคู่กรณีชนอย่างจัง โดยมีคนเจ็บนอนร้องครวญครางอยู่ในรถทั้ง 2 คัน รวม 7 คน ทั้งนี้จากการสอบถามเบื้องต้นได้ความว่า ก่อนเกิดเหตุ ขณะที่รถตู้โดยสารกำลังวิ่งมุ่งหน้าส่งผู้โดยสาร มาถึงจุดเกิดเหตุ จู่ๆ รถเก๋งคู่กรณีวิ่งมาด้วยความเร็วสูงเกิดพุ่งเข้าชนท้าย ทำให้รถตู้เสียหลักพลิกคว่ำหลายตลบ กระจกแตกผู้โดยสารหลุดกระเด็นร่วงลงมาเสียชีวิตอย่างอนาถดังกล่าว เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 8 ศพ เป็นผู้ชาย 5 คน ผู้หญิง 3 คน ส่วนคนเจ็บทั้งหมด 7 คน เป็นผู้ชาย 4 คนผู้หญิง 3 คน เจ้าหน้าที่นำตัวส่ง รพ.วิภาวดีรังสิต ช่วยเหลือเป็นการด่วนแล้ว

สำหรับรายชื่อคนเจ็บ ประกอบด้วย 1.นายวรัญญู เกตุชู อายุ 20 ปี 2.นายสุนทร ปิตตาทะนัง อายุ 40 ปี 3.นายวิศรุต พลสิทธิ์ อายุ 35 ปี 4.นายโมฮัมหมัด สัญชาติมัลดีฟส์ อายุประมาณ 35-40 ปี 5.น.ส.อรชร เทพหัสดิน ณ อยุธยา อายุ 18 ปี คนขับรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค  6.น.ส.กันณภัส ปัญญาประเสริฐ อายุ 23 ปี อาการสาหัส 7.หญิงไม่ทราบชื่อ   

ส่วนรายชื่อคนตาย 8 ศพ  ประกอบด้วย 1.นายภิญโญ จินันทุยา อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40/73 ซอยอารีย์ 4 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท  นอนเสียชีวิตอยู่กลางถนนวิภาวดีรังสิต  2.ดร.ศาสตรา เช้าเที่ยง นักวิทยาศาสตร์ประจำ สวทช. เพิ่งจบการศึกษา ป.เอก จากประเทศอังกฤษ เสียชีวิตห้อยอยู่บนสะพานลอยคนข้าม  3.นายปรัชญา คันธา อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 105/29 หมู่ 1 ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 4.นายอุกฤษฎ์ รัตนโฉมศรี อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28/1 หมู่ 1 ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี 5.น.ส.สุดาวดี นิลวรรณ อายุ 20 ปี นศ.ชั้นปีที่ 3 คณะนิติศาสตร์ มธ.เป็นหลานสาวดาราตัวประกอบ จุ๊บแจง อารีย์สรวง 6.นางนฤมล ปิตตาทะนัง อายุ38ปี คนขับรถตู้ และภรรยาของนายสุนทร 7.นายเกียรติมันท์ รอดอารีย์ อายุ 23 ปี ส่วนอีกรายเป็นหญิงไม่ทราบชื่อ

ด้าน พ.ต.ท.ฉัตรชัย กล่าวว่า ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของโทลล์เวย์บริเวณที่เกิดเหตุ เห็นรถเก๋งพุ่งชนกับรถตู้อย่างจัง ซึ่งกล้องจับภาพได้เพียงประมาณ 70 เมตร จากนั้น รถทั้ง 2 คัน ได้กระเด็นหลุดออกจากเฟรมภาพไป นอกจากนี้ จะต้องสอบปากคำพยาน คนเจ็บ และรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่ชัดเสียก่อน
   
ขณะเดียวกัน ได้มีผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ จากศูนย์วิจัยพัฒนาการจราจร มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้า และเจ้าหน้าที่จากศูนย์ความปลอดภัยกระทรวงคมนาคม ขอเข้าร่วมตรวจสอบเชิงลึก เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุอีกด้วย

วันเดียวกัน นายณัฐฎ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา พระเอกนักแสดงชื่อดัง ของค่ายเอ็กแซ็กท์ เปิดเผยว่า หญิงสาวที่ขับรถฮอนด้า ซีวิค ซึ่งเป็นต้นเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุสยองบนโทลล์เวย์นั้น เป็นน้องสาวต่างมารดา ชื่อเล่นว่า “แพรวา” แต่ไม่อยากแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ในเร็ว ๆ นี้ คงจะไปเยี่ยม และให้กำลังใจในฐานะญาติคนหนึ่ง

ภาพจากล้องวงจรปิดบนทางด่วนโทลล์เวย์ ช่วงก่อนเกิดเหตุ รถตู้วิ่งอยู่เลนกลางด้วยความเร็วประมาณ 80 กม./ชม. รถเก๋งซีวิค วิ่งตามหลังมาด้วยความเร็วสูง แล้วเกิดเปลี่ยนเลนไปทางขวากะทันหัน ทำให้ด้านหน้ารถเก๋งชนท้ายขวาของรถตู้อย่างแรง ทำให้รถตู้หมุนหัวรถหันไปทางด้านซ้าย

และวินาทีต่อมา รถเก๋งซึ่งก็เสียหลักหมุนเช่นกัน ส่งผลให้ด้านข้างขวาของรถเก๋งกระแทกซ้ำเข้าไปที่ด้านซ้ายของรถตู้อย่างจัง ผลจากการชนซ้ำทำให้รถตู้กระแทกเข้าไปที่ขอบปูนอย่างรุนแรง จนด้านหน้าของรถตู้ฉีกขาด ทำให้ผู้โดยสารที่อยู่ภายในหลุดกระเด็นออกมาเสียชีวิตดังกล่าว โดยช่วงระยเวลาที่เกิดเหตุนั้น รวมเพียงแค่ 5-6 วินาทีเท่านั้น.

ต่อมาเมื่อวันที่ 28 ธ.ค.ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการรับศพผู้เสียชีวิตทั้ง 8 ราย จากอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนรถตู้โดยสาร ทำให้ผู้โดยสารกระเด็นตกจากทางยกระดับอุตราภิมุข หรือทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ลงมาเสียชีวิต ได้มีญาติๆ ทยอยเดินทางเข้ารับศพผู้เสียชีวิต  เมื่อเห็นศพญาติของตนเองถูกเข็นออกมาจากห้องชันสูตร ญาติแต่ละคนเก็บความเสียใจไว้ไม่อยู่ ร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร เสียงร่ำไห้ระงมไปทั่ว บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ทำให้บรรดาผู้สื่อข่าวที่ไปปฏิบัติภารกิจ และเจ้าหน้าที่สถาบันฯ ต่างเศร้าสลดไปตามๆ กัน

“ดร.-อาจารย์-ผช.คณบดี”ดับ

สำหรับผู้เสียชีวิตทั้ง 8 ศพ ประกอบด้วย 1.นายภิญโญ จินันทุยา อายุ 34 ปี ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริหารงานเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) 2.น.ส.ตรอง สุดธนกิจ อายุ 24 ปี 3.นายปรัชญา คันธา นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะเศรษฐศาสตร์ มธ. 4.น.ส.สุดาวดี นิลวรรณ อายุ 20 ปี หรือน้องนุ่น นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะนิติศาสตร์ มธ. 5.ดร.ศาสตรา เช้าเที่ยง อายุ 33 ปี นักวิจัย 1 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) 6.นายอุกฤษฎ์ รัตนโฉมศรี อายุ 30 ปี นักวิจัยไบโอเทค มธ. 7.น.ส.นฤมล ปิตาทานัง อายุ 38 ปี คนขับรถตู้ และ8.นายเกียรติมันต์ รอดอารีย์ อายุ 23 ปี

แม่ร้อยมาลัยส่งเรียนอังกฤษ

จากการสอบถามนายดุสิต เชาว์ไกรหัก อายุ 19 ปี น้องชายต่างบิดาของ ดร.ศาสตรา เช้าเที่ยง หรือ”ดร.เป็ด”นักวิจัย สวทช.ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ไม่คิดว่าเหตุดังกล่าวจะเกิดขึ้นกับพี่ชาย พี่ชายถือเป็นเสาหลักและความภาคภูมิใจของบ้าน แม้มารดาจะมีอาชีพร้อยพวงมาลัยขายในตลาดเมืองราชบุรี เป็นร้านเล็กๆ ชื่อร้านคุณหนิงขายดอกไม้ แต่มารดาก็ส่งเสียให้พี่ชายเรียนจนจบปริญญาเอก ด้วยทุนของ ก.พ.ที่ประเทศอังกฤษ ด้วยวัยเพียง 27 ปี โดยปกติพี่ชายเป็นคนมีนิสัยเรียบง่าย แต่ต้องทำงานดึก ตื่นเช้า จึงใช้บริการรถตู้โดยสารเนื่องจากไม่ต้องการเพิ่มภาระหนี้สินจากการซื้อรถยนต์ ตอนนี้ที่บ้านรู้เรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ทุกคนยังรับไม่ได้ แม่รู้สึกเศร้ามาก จากนี้จะนำศพพี่ชายไปบำเพ็ญกุศลที่วัดเกาะนัมมทาฯ อ.เมือง จ.ราชบุรี

ติดแพทย์ รามาฯ สละสิทธิ

นายดุสิตกล่าวต่อว่า พี่ชายเป็นคนเรียนเก่งมาก จบมัธยมจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ตอนอยู่ ม.5 สอบเทียบและสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้คณะแพทย์ศาสตร์ รพ.รามาธิบดี เพื่อให้แม่ภาคภูมิใจ แต่ไม่เอาเนื่องจากสอบชิงทุนก.พ.ได้ และอยากไปเรียนต่อต่างประเทศ จึงรับทุน ก.พ.ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเบอร์มิ่งแฮม สาขาชีววิทยา ตั้งแต่ปริญญาตรีจนจบปริญญาเอกเมื่อ 5 ปีที่แล้ว จากนั้นกลับมาทำงานในตำแหน่งนักวิจัย 1 ที่สวทช.ตั้งแต่นั้นจนปัจจุบัน พี่ชายเป็นคนขยันมาทำงานตลอด รับสอนพิเศษภาษาอังกฤษ รับงานวิจัย ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับโรคมะเร็ง ส่วนชีวิตส่วนตัวพี่ชายยังเป็นคนโสด ตั้งใจหาเงินสร้างฐานะ ซื้อคอนโดฯ ตนเคยบอกให้พี่ชายซื้อรถ แต่เขาไม่ซื้อเพราะไม่อยากเพิ่มภาระ อีกทั้งไม่อยากขับรถเอง เพราะต้องออกจากบ้านแต่เช้าและกลับถึงบ้านดึกๆ ทุกวัน สัปดาห์หน้าจะมีการทำบุญใหญ่ที่ จ.ราชบุรี เป็นวันรวมญาติ แต่พี่ชายก็มาจากไปเสียก่อน

หลานดาราจะกลับตจว.

ด้านนางนฤมล นิลวรรณ อายุ 57 ปี ดาราตัวประกอบ ป้าของ น.ส.สุดาวดี นิลวรรณ ผู้เสียชีวิตอีกราย กล่าวว่าก่อนเกิดเหตุหลานสาวกำลังจะเดินทางไปสถานีขนส่งหมอชิตเพื่อขึ้นรถทัวร์นครชัยแอร์ เดินทางกลับบ้านที่ จ.อุบลราชธานี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พ่อเขาคือ พ.ต.อ.ศรัณ นิลวรรณ ผกก.สภ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี ส่วนแม่เขาเป็นพยาบาล ทราบว่าทางพ่อแม่เตรียมต้อนรับลูกสาวที่จะกลับบ้านช่วงปีใหม่ เตรียมทำกับข้าวของโปรดให้มากมาย ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องร้ายเช่นนี้กับครอบครัวของตน  สำหรับศพของหลานสาวจะนำไปไว้ที่วัดสุปัฎนาราม จ.อุบลราชธานี

ชี้ขอบทางกั้นโทลล์เวย์ต่ำไป

นางนฤมล กล่าวต่อว่า ตอนแรกที่ทราบว่าเกิดอุบัติเหตุคิดว่าหลานแค่ได้รับบาดเจ็บเท่านั้น เพราะไม่มีรายชื่ออยู่ในกลุ่มผู้เสียชีวิต แต่พอไปดูที่รพ.วิภาวดี ก็ไม่มีชื่ออีก จึงเดินทางมาที่ สน.วิภาวดี ก็พบว่าเป็นศพหลานสาวจริง ตอนนั้นในตาที่เห็นว่าใช่ แต่ใจบอกว่าไม่ใช่ ก็ให้เพื่อนเขาช่วยดูอีกทีปรากฏว่าเป็นศพหลานสาวจริงๆ คนที่เสียชีวิตในรถตู้คันนี้เป็นบุคคลมีความรู้ความสามารถ บางคนเป็นถึงด็อกเตอร์ เป็นอาจารย์ ซึ่งเรารู้สึกว่าเสียดาย เพราะบุคคลเหล่านี้จะทำประโยชน์ให้ประเทศชาติในวันข้างหน้า แต่ไม่ใช่เรามาสรรเสริญเมื่อเขาเสียชีวิตไปแล้ว อยากพูดว่าขอให้เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย เพราะเกิดมาหลายครั้งแล้ว และไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก “เขาเป็นเด็กน่ารักมาก เรียนเก่ง ใฝ่ฝันอยากเป็นผู้พิพากษาให้พ่อ ตอนที่พ่อเขาโทรฯ มาให้ไปดูให้หน่อยเราไม่คิดว่าเป็นเขาเลย คิดแต่ว่าเขาไม่เป็นไร เรื่องนี้เกิดจากความประมาท แม้คนขับรถตู้จะไม่ประมาท แต่คนอื่นประมาท ขับมาเร็ว ขอบกั้นโทลล์เวย์ต่ำไปหรือไม่ ตรงนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมาดูแลอย่างจริงจัง ส่วนเข็มขัดนิรภัยในรถก็ไม่มีใครคาด ถ้าเป็นเรานั่งก็คงไม่คาดเช่นกัน ก็น่าจะออกเป็นกฎหมายเหมือนที่คนขับรถต้องคาด อยากให้เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนกับผู้ที่เกี่ยวข้องให้แก้ไขกฎหมาย เพราะไม่รู้ว่าถ้ามีครั้งต่อไปจะเกิดกับครอบครัวไหนอีก”นางนฤมลกล่าว

“ผกก.เชื่องใน”เสียลูกสาว

ด้าน พ.ต.อ.ศรัญ นิลวรรณ  ผกก.สภ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี บิดาของ น.ส.สุดาวดี กล่าวด้วยความเศร้าโศกว่าน้องนุ่นเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน อยากจะเรียนนิติศาสตร์เพื่อเป็นผู้พิพากษาให้พ่อ วันนี้ครอบครัวเดินทางมารับศพน้องนุ่นขึ้นคาร์โก้กลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้าน ตนรู้ข่าวจากเพื่อนๆ ของลูกสาวโทรฯ มาหาว่าไม่แน่ใจว่านุ่นประสบอุบัติเหตุหรือไม่ ขอให้ญาติที่กรุงเทพฯ ไปตรวจสอบ เมื่อทราบว่าลูกสาวเสียชีวิตก็รีบลงมากรุงเทพฯ เพื่อรับลูกกลับบ้าน

นร.ทุนสถาปัตย์ก็จบชีวิต

นายอิทธิกร จินันทุยา อายุ 33 ปี น้องชายของนายภิญโญ จินันทุยา  ผู้เสียชีวิตอีกราย กล่าวว่าพี่ชายเป็นคนเก่งคนหนึ่ง หลังเรียนจบม.ปลายที่ จ.นครสวรรค์ ก็ได้ทุนไปศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่นจนจบปริญญาโทด้านสถาปัตยกรรม ก็กลับมาใช้ทุนที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มธ.และเตรียมจะขอทุนไปศึกษาต่อปริญญาเอกที่ประเทศอังกฤษอีก ปกติหลังเลิกงาน พี่ชายจะนั่งรถสวัสดิการมหาวิยาลัยเพื่อกลับบ้านพัก  เกือบทุกวัน พี่ชายจะรับประทานข้าวเย็นกับภรรยาชาวญี่ปุ่น แล้วติดรถภรรยากลับบ้านพักย่านซอยอารีย์ แต่วันเกิดเหตุภรรยามีงานเลี้ยงปีใหม่ พี่ชายก็สะสางงานจนดึกจึงใช้บริการรถตู้สาธารณะ จนมาเกิดเหตุ ทั้งนี้ในวันที่ 31 ธ.ค.นี้ได้ญาติๆ นัดกันไปเจอกันที่บ้าน จ.ชัยนาท ส่วนศพจะนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดหนองจิก จ.ชัยนาท ต่อไป

วงจรปิดจับภาพได้70ม.

ส่วนความคืบหน้าของคดีและการสอบปากคำ พ.ต.ท.ฉัตรชัย เอี่ยมอ่อง สวส.สน.จร.วิภาวดี เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุตนได้ประสานกับการทางพิเศษฯ เพื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวิดีโอวงจรปิดซึ่งบันทึกภาพขณะเกิดเหตุได้เป็นช่วงเวลาสั้นๆซึ่งจะเห็นภาพจากจุดที่ชนถึงจุดที่ภาพหายไปเป็นระยะทางประมาณ 70 เมตร พบว่ารถตู้คันเกิดเหตุวิ่งอยู่ด้านหน้ารถเก๋งฮอนด้าซีวิค ซึ่งแล่นตามมาด้วยความเร็วสูงก่อนจะเสียหลัก และสะบัดพุ่งเข้าชนท้ายรถตู้จากนั้นภาพก็หายไปจากวิถีกล้อง ซึ่งตนจะนำภาพดังกล่าวรวมเข้าสำนวนต่อไป ส่วนการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ขณะนี้ยังทำไม่ได้เนื่องจากผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดยังบาดเจ็บ และต้องรักษาตัวในรพ.ซึ่งตนจะได้ประสานกับทางรพ.และผู้เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาเรียกตัวผู้ที่พร้อมให้การเข้าให้ปากคำต่อไป

วินาทีมรณะ”ซีวิคแซงรถตู้”

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดบนทางด่วนโทลล์เวย์ช่วงก่อนเกิดเหตุ พบว่ารถตู้วิ่งอยู่เลนกลางด้วยความเร็วประมาณ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากนั้นได้มีรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค คู่กรณีวิ่งตามหลังมาด้วยความเร็วสูงจ่อติดท้ายรถตู้ แล้วเกิดเปลี่ยนเลนไปทางขวากะทันหัน ทำให้ด้านหน้ารถเก๋งชนท้ายรถตู้ด้านขวาอย่างจัง จนรถตู้หมุนหัวรถหันไปทางด้านซ้าย เสี้ยววินาทีนั้นรถเก๋งซึ่งอยู่ในสภาวะเสียหลักหมุนคว้างเช่นกัน ส่งผลให้ด้านข้างขวาของรถเก๋งกระแทกซ้ำเข้าไปที่ด้านซ้ายของรถตู้อย่างจัง ผลจากการชนซ้ำดังกล่าวทำให้รถตู้กระแทกเข้าไปที่ขอบปูนกั้นทางอย่างรุนแรงจนด้านหน้าของรถตู้ฉีกขาด ผู้โดยสารที่อยู่ภายในรถตู้หลุดกระเด็นออกมาตกทางด่วนเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งช่วงเวลาที่เกิดเหตุเพียงแค่ 5-6 วินาทีเท่านั้น

คนขับเก๋งออกรพ.เช้ามืด

ที่ห้องประชุมชั้น 3 อาคาร 2 รพ.วิภาวดี พล.ท.นพ.พร้อมพงษ์ พีระบูล ผอ.รพ.เปิดเผยความคืบหน้าของผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 7 ราย ว่าทางรพ.รับผู้บาดเจ็บเข้ารักษาตัว 7 ราย ประกอบด้วย น.ส.กัญจน์นภัส ปัญญาประเสริฐ อายุ 23 ปี 2.นายวรัญญู เกตุชู อายุ 20 ปี นศ.คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์  ปี 3 มธ.กระดูกไหปลาร้าหัก 3.นายมูฮัมหมัด ชารีฟ อายุ 31 ปี สัญชาติมัลดีฟ เป็นนศ.ปริญญาโท คณะสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาฯ บาดเจ็บที่เท้า เข่า นิ้วก้อยเท้าซ้ายแตก แพทย์ผ่าตัดให้ รอดูอาการ 4.นายวิศรุต พลสิทธิ์ อายุ 35 ปี ผู้ช่วยนักวิจัยระดับ 2  สวทช. 5.นายสุนทร ปิตตาทานัง อายุ 43 ปี สามีของนางนฤมล คนขับรถตู้ ศีรษะแตกเป็นแผลแกรรจ์ รอรับการผ่าตัด 6.น.ส.อรชร หรือแพรวา เทพหัสดิน ณ อยุธยา อายุ 16 ปี นศ.จากสหรัฐอเมริกา ผู้ขับขี่รถเก๋งฮอนด้าซีวิค คู่กรณี ได้รับบาดเจ็บที่ปากและข้อศอก อาการปลอดภัย ออกจากรพ.ไปในช่วงเช้ามืด และรายสุดท้าย อาการหนักและน่าเป็นห่วงที่สุด เป็นหญิงไทย ไม่ทราบชื่อ และรายละเอียดส่วนตัว อายุประมาณ 23 ปี ได้รับบาดเจ็บจากการกระแทกที่ศีรษะอย่างรุนแรงจนเลือดคลั่งในสมอง กระดูกซี่โครงด้านซ้าย,ทรวงอกและเชิงกรานหัก แพทย์ต้องนำเข้ารับการผ่าตัดสมอง ขณะนี้ยังไม่ได้สติ สำหรับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บทุกรายเบื้องต้น รพ.จะเป็นผู้ดูแลให้ ซึ่งก็ต้องตรวจสอบสิทธิของผู้บาดเจ็บแต่ละรายว่าทำประกันสุขภาพและอุบัติเหตุไว้กับที่ใดบ้าง

ผอ.ขสมก.รุดเยี่ยมผู้บาดเจ็บ

ต่อมาเวลา 12.30 น.นายโอภาส เพชรมุณี ผอ.ขสมก.พร้อมคณะผู้บริหารขสมก.ได้นำกระเช้าดอกไม้เดินทางเข้าเยี่ยมอาการผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุในครั้งนี้ จากนั้นเปิดเผยว่าสำหรับความช่วยเหลือเบื้องต้น ตนได้ประสานกับบริษัทรถร่วมบริการที่เป็นเจ้าของรถตู้คันดังกล่าว และบริษัทประกันภัย ให้เข้ามาช่วยเหลือดูแล และเยียวยารักษาอาการบาดเจ็บแก่ผู้ประสบเหตุทุกรายอย่างเต็มที่ ส่วนการช่วยเหลือของขสมก.จะต้องดูอาการผู้บาดเจ็บแต่ละราย และพิจารณาตามความหนักเบาของอาการ อย่างไรก็ตามตนจะนำเรื่องนี้เข้าหารือกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อวางมาตรฐานเกี่ยวกับอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยอีกครั้ง ในส่วนของคดีความ ตนมอบให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตร.สอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถยนต์ ฮอนด้า ซีวิค คันดังกล่าวว่ามีใบขับขี่ถูกต้องหรือไม่ สมรรถนะของรถ วุฒิภาวะของผู้ขับขี่ และสถานที่เกิดเหตุด้วย

เสียงดัง”ปั้ง”-ร้องโอดโอย

ด้านนายวิศรุต พลสิทธิ์ ให้การว่า ตนพักอยู่ย่านแจ้งวัฒนะและเดินทางไปมาระหว่างที่พักกับสวทช.โดยรถปรับอากาศสายปอ.9 เป็นประจำ ยกเว้นวันใดที่เลิกงานดึกก็จะใช้บริการรถตู้สายดังกล่าวจากมธ.มาลงที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส จตุจักร เพื่อต่อรถประจำทางกลับที่พัก ก่อนเกิดเหตุตนโดยสารรถตู้คันดังกล่าว โดยนั่งอยู่เบาะกลางแถวที่ 2 จากเบาะด้านหน้า พอจ่ายค่าโดยสารเสร็จตนก็หลับไปด้วยความอ่อนเพลีย กระทั่งถึงจุดเกิดเหตุได้ยินเสียงดัง"ปึ้ง"มาจากด้านซ้ายเยื้องไปทางด้านหลังจากนั้นรถก็หมุนคว้างพร้อมเสียงกรีดร้องของผู้โดยสารจนกระทั่งหยุดนิ่ง ตนลืมตาขึ้นมาพบว่าผู้โดยสารส่วนหนึ่งหายไปจากรถ พร้อมกับเสียงร้องโอดโอยของผู้โดยสารที่เหลือ ตนจึงตะเกียกตะกายออกจากซากรถตู้ แล้วขอยืมโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ หน่วยกู้ภัยโทรฯ กลับไปแจ้งทางบ้าน

โชเฟอร์ซีวิคน้องสาว”ณัฏฐ์”

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ไปสอบถามพระเอกหนุ่มค่ายเอ็กแซ็กท์“ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา”พี่ชายต่างมารดาของ น.ส.อรชร เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้ขับขี่รถเก๋งฮอนด้า ซีวิค โดยณัฏฐ์กล่าวว่า“ทราบเรื่องตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว อย่างแรกเลยผมรู้สึกเสียใจมาก คงไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ มันเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครตั้งใจ สำหรับผมยังไม่ได้เดินทางไปเยี่ยมน้องเขาเลย เพราะยังติดงานอยู่ อย่างไรก็ตามรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอแสดงความเสียใจกับญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บด้วย เรื่องคดีคงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สำหรับผมกับน้องเขาก็โตมาด้วยกัน ค่อนข้างสนิทกันมาก คืนนี้ตั้งใจจะไปสวดมนต์ที่วัดสระเกศด้วย เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นครอบครัวช็อคกันหมดเลยครับ”

ขบ.ล้อมคอกรถตู้สาธารณะ

 ที่กระทรวงคมนาคม นายเทียนโชติ จงพีร์เพียร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) เปิดเผยถึงมาตรการการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุกับรถตู้โดยสารที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงนี้ว่า  จากการตรวจสอบคนขับรถตู้คันเกิดเหตุ มีใบขับขี่รถโดยสารสาธารณะ และสภาพอายุรถตู้ไม่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด  ซึ่งในช่วงเดือนม.ค.54 กรมฯ จะเรียกเจ้าหน้าที่ในฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาหารือเกี่ยวกับมาตรการด้านความปลอดภัยของการโดยสารรถตู้ประจำทาง เนื่องจากที่ผ่านมาเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้งกับรถตู้โดยสาร ก่อให้เกิดการสูญเสียชีวิต และทรัพย์สินของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์   จากนั้นจะเรียกผู้ประกอบการรถตู้ที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายของกรมฯ มาสัมมนาร่วมกัน เพื่อให้ผู้ประกอบการตระหนักถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตนเองและผู้โดยสารรวมทั้งผู้ใช้รถใช้ถนน เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ออกก.ม.คาดเบลล์ทุกคน

ศ.ดร.พิชัย ธารนีรณานนท์ ประธานคณะทำงานสืบสวนอุบัติเหตุ ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ กล่าวว่ากรณีของรถตู้ที่ถูกชนบนโทลล์เวย์ คนขับรถตู้อาจจะไม่มีอะไรผิดพลาดก็ได้ เพราะถูกชนจากด้านหลัง ทำให้เสียหลักพลิกคว่ำ และหลังคาเปิดออกทำให้คนกระเด็นออกมาจากรถ และเมื่อเข้าไปดูที่ตัวรถ พบว่าภายในรถมีเข็มขัดนิรภัยที่ติดไว้ให้กับผู้โดยสาร แต่กลับไม่มีการรัด ซึ่งหากมีการใช้จะลดความรุนแรงของอุบัติเหตุลงได้ ดังนั้นจึงเห็นว่าควรที่จะมีการออกระเบียบให้ผู้โดยสารรัดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งที่เดินทางเช่นเดียวกับการเดินสารโดยเครื่องบิน ในการประชุมทางกรมการขนส่งทางบกตกลงว่าจะออกระเบียบบังคับใหม่ ให้รถตู้ทุกคันติดตั้งเข็มขัดนิรภัย และให้ทางตำรวจเป็นผู้บังคับใช้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
วิงวอน.
ระดับ 4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 375


Re: ข่าวตำรวจประจำวันนี้ รายงานโดย"วิงวอน"
« ตอบ #182 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2010, 06:18:24 »


วันพุธ ที่ 29 ธันวาคม 2553



////โม่งสั่งล็อคสเป็กเลือก“กตร.”มิติมืดวงการสีกากี
 

กระแสข่าวการล็อบบี้ สั่งตรงให้ข้าราชการตำรวจตั้งแต่ยศพันตำรวจเอกขึ้นไป เทคะแนนเสียงเลือกตั้งคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ กตร. ที่จะถึงในปี 54 เริ่มส่งกลิ่นเหม็นตุ ๆ ใน “วงการสีกากี” หลัง สตช.ขีดเส้นตายให้ผู้ที่มีสิทธิ์ลงคะแนนส่งเอกสารกลับมายัง สตช. ในวันที่ 6 ม.ค.54 เพื่อนับคะแนนเลือก กตร. จำนวน 5 คน จากผู้ลงสมัคร 22 นายตำรวจ เพื่อเป็นปากเป็นเสียงแทนตำรวจทั่วประเทศ ในการปกป้องเกียรติ และศักดิ์ศรี “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์”

แต่ยังไม่ทันเห็นตัวตนที่ชัดเจนของ กตร. เริ่มมีมิติมืดโผล่ขึ้นมาในการเลือก กตร. เมื่อมีอดีตสีกากีใหญ่คนหนึ่ง ใช้กลอุบายเล่ห์เลี่ยมสั่งตรงไปยังสีกากีผู้สนิทสนมกันเป็นพิเศษ ให้สั่งการล็อคสเป็กกับผู้การจังหวัด ช่วยกล่อมลูกน้องที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง กตร.ให้เทคะแนนให้ผู้สมัครบางคนผู้ใกล้ชิดที่แนบแน่น หวังมาเป็นใหญ่ใน กตร. หรือให้กาเลือกตัว กตร.ตามโพยที่สั่งไว้ จนสร้างความเอือมระอาต่อผู้ใต้บังคับบัญชาที่รู้สึกเห็นความไม่ชอบมาพากล เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ใช่เกมการเมืองที่จะต้องมีการต่อรองผลประโยชน์

เพราะเท่าที่ทราบ “////โม่ง” ที่วางแผนใช้ไม้ตายเด็ดด้วยการใช้กลไกลโผแต่งตั้งที่จะถึงในระดับ รอง ผบก.-สว.มาต่อรอง พ.ต.อ.ขึ้นไป สร้างความหวาดหวั่นต่อหลายคน ดังนั้น “บิ๊กน้อย” พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. ต้องอย่านิ่งนอนใจ ต้องพยายามให้การเลือกตั้ง กตร.ครั้งนี้ โปร่งใส่ ชัดเจน เป็นธรรม เป็นที่พึ่งต่อตำรวจทั้ง 2 แสนนายทั่วประเทศ เพราะ กตร.ที่ผ่านมา ถูกสบประมาทมาตลอดว่าเป็นตรายาง ไม่มีปากมีเสียงในการประชุม ถูกครอบงำจนเป็นที่พึ่งไม่ได้

ขณะเดียวกัน พ.ต.อ. และข้าราชการตำรวจทุกท่านที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง พวกท่านต้องมีจิตใจเด็ดเดี่ยว อย่าให้ใครมาจูงจมูกได้ เพราะปัจจุบันโลกมันเปลี่ยนไปแล้ว พวกท่านต้องสู้ เพื่อความถูกต้อง เพื่อศักดิ์ศรีของการเป็นตำรวจอาชีพ ไม่อย่างนั้น องค์กรตำรวจจะอยู่ในมิติมืดไปตลอดกาล เพราะแค่เลือกคนเป็นปากเป็นเสียงยังต้องล็อบบี้ ล็อกสเปก แล้วองค์กรมันจะเดินไปได้อย่างไร ใครก็แล้วแต่ที่ใช้อำนาจ ใช้บารมีไปบีบบังคับคนอื่น ผลสุดท้ายก็ไปไม่รอดเหมือนอดีตที่ผ่านมา.

กูรูสีกากี
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
วิงวอน.
ระดับ 4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 375


Re: ข่าวตำรวจประจำวันนี้ รายงานโดย"วิงวอน"
« ตอบ #183 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2010, 06:23:16 »


วันพุธ ที่ 29 ธันวาคม 2553



นครบาลจับผู้ต้องหากว่า1พันคน
 

ตำรวจนครบาลเข้มกวาดล้างยาเสพติดรับปีใหม่ “จักรทิพย์” แถลงรวบผู้ต้องหากว่า 1 พันคน

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 28 ธ.ค.พล.ต.ต.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. แถลงผลการปิดล้อมตรวจค้นชุมชนที่เป็นแหล่งแพร่ระบาดยาเสพติดและการพนันทั่วกรุงเทพมหานครตามตามนโยบายของรัฐบาลเพื่อให้ตำรวจทุกระดับชั้นร่วมแรงร่วมใจปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลให้เป็นที่ยอมรับของประชาชน โดยระดมปิดล้อมชุมชนทั่วทั้งพื้นที่ 88สน.

พล.ต.ต.จักรทิพย์ กล่าวว่า “กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้การปิดล้อมตรวจค้นชุมชนที่เป็นแหล่งแพร่ระบาดยาเสพติดและการพนันทั่วกรุงเทพมหานครตามตามนโยบายของรัฐบาล  ซึ่งในการระดมครั้งนี้อยู่ในขั้นที่ 5 ตามนโยบายของรัฐบาล โดยการเข้าระดมกวาดล้างในครั้งนี้ได้ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 1,500นาย
สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1,236 ราย ซึ่งกองบัญชาการตำรวจนครบาลจะดำเนินการในลักษณะนี้ต่อไปเรื่อย
เพื่อความสุขและความปลอดภัยในทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในช่วงปีใหม่นี้”
 
ภายหลังการดำเนินการสามารถจับผู้ต้องหาได้กว่า 1,236 รายเป็นยาบ้า 5,501 เม็ด ยาไอซ์ 112 กรัม และกัญชาอีก 12 ห่อ รวมถึงผู้ต้องหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง อีก 5 รายพร้อมของกลางอาวุธปืนขนาดต่างๆ รวม 5 กระบอก.
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
วิงวอน.
ระดับ 4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 375


Re: ข่าวตำรวจประจำวันนี้ รายงานโดย"วิงวอน"
« ตอบ #184 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2010, 06:32:04 »


 วันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ.2553
 
คอลัมน์ : ม้าสีหมอก        

 ยังไม่รู้ว่า ความขัดแย้งในสังคม จะลดได้แค่ไหน ฟังเสียงจาก นายกฯ รูปหล่อยาหอมไว้ ไม่ว่าเรา คิดต่างกันอย่างไร เราสามารถ อยู่ร่วมกันได้ ให้ความ เป็นธรรม รับฟังกันและกัน แต่ใครขยับเรื่องไปซ้ายก็ถูกทางขวาต่อว่า ตนสามารถทำให้ ทุกฝ่ายพอใจได้ รักษาหลักการ บ้านเมือง ไม่ทำอะไรนอกเหนือ หลักกฎหมาย เชื่อว่าเรา หลุดพ้นความขัดแย้ง ได้ ปีหน้าจะมีความคืบหน้าให้คำตอบ จะเร่ง จัดให้เลือกตั้ง เพื่อเป็นกระบวนการ ประชาธิปไตย ฟังแล้วเป็นไง

หันมาฟังเสียงฮึ่มๆ จาก รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ยันเปรี้ยง เดินหน้า ปราบยาเสพติด สั่งจัดการ ผู้ค้ารายใหญ่ ทั้งชุมชนทุกระดับ เพื่อลดปริมาณ ไม่ให้ค้าขายหรือเสพ ได้สะดวกต่อไป แล้วก็ชื่นชมผลงานโบแดง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ปลื้มกันไป

ลัดเลาะมาที่ พล.ต.ต.แสงสูรย์ กรรณสูตร ผบก.ปส.1 นำกำลังตรวจค้น รัง////มืด ในซอยอ่อนนุช เขตพระโขนง พบ ยาไอซ์ ซุกในห้องมูลค่าครึ่งล้านกว่า ส่วน บก.น. 1 พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 พ.ต.อ.ไกรเลิศ บัวแก้ว รอง พ.ต.อ.สุพัชร พึ่งพวง ผกก.สน.ห้วยขวาง พร้อมกำลังเข้า ตรวจสถานบริการ ย่านรัชดา ตรวจฉี่นักเที่ยว ก็เป็นผลงานในการ กวาดล้าง ต้อนรับปีใหม่

แล้ว พล.ต.ต.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบก.ปคม. พ.ต.อ.ประจักษ์ เพ็งสาธร ผกก.3 จับ ร้านดัดแปลงท่อไอเสีย ที่ผลิตไม่ได้ มาตรฐาน เอาใจวัยรุ่นซื้อไปตกแต่ง จยย.แข่งบนถนนหลวง สร้างความ เดือดร้อน ให้กับชาวบ้าน ได้ของกลาง 1,200 ชิ้น เครื่องจักร 2 เครื่อง ราคา 7.5 แสนบาท ดำเนินคดีเรียบร้อย

ที่ บชภ.4 พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ รอง พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา ผบก.สส. กวาดล้าง แก๊งโจรกรรมรถ จยย. ของกลาง 15 คัน ชิ้นส่วนกว่าร้อย สารภาพขายให้กับวัยรุ่น ราคา 7,000 บาท หลังจากดัดแปลงแล้ว สอบขยายผลต่อไป

ท้องที่ สน.สำราญราษฎร์ ระดม กวาดล้างอาชญากรรม ทั้งยาเสพติด ถึงผีขนุน ทั้ง หญิงสาว กะเทยเร่ร่อน ขายบริการทางเพศ บริเวณ ริมคลองหลอด ได้มา 30 ราย ตั้ง ข้อหาเตร็ดเตร่ ชวนผู้อื่นเพื่อการค้าประเวณี ปรับตรวจปัสสาวะหายาเสพติ ก็เป็นผลงานของ พ.ต.อ.สมาน รอดกำเนิด ผกก.

เอ้า!...วันก่อน พล.ต.ต.ประวุฒ ถาวรศิริ โฆษกตำรวจ กล่าวว่า เรื่องของ พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบช.ก. ให้ถอนเรื่องออก ไปก่อน เพื่อให้เกิดความรอบคอบ เป็นธรรม ส่วน ก.ตร.อนุมัติ เปิดตำแหน่ง รอง ผบก. 75 ตำแหน่ง ในพื้นที่ บชภ.1-9 แถมให้สามารถ โอนย้ายระดับสูง ข้ามหน่วยงานได้ ก็เฮกันทั่วหน้า

ศพทารกยัดถุงหมกกองขยะ ที่ ต.หลักหก เขต สภ.ปากคลองรังสิต จ.ปทุมธานี พ.ต.อ.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผกก.ว่าไว้ น่าจะเป็นแม่วัยรุ่น หรือ หญิงสาวที่ไม่พร้อมมีบุตร กินยาขับออก หรือ แท้งลูกเอง นำมาทิ้ง จนสุนัขคาบกัดเล่น เป็นไง

จับตาดูกัน ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ใช้กฎหมายปกติ ตาม พ.ร.บ.รักษาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร กอ.รมน. พร้อมทั้งศูนย์ตามสถานการณ์ ศตล.มีเสนาธิการทหารบก นั่งแป้นเป็น ผอ.ประสาน 14 หน่วยงาน รวมทั้ง สภาความมั่นคง ทั้งสำนักข่าวกรองแห่งชาติ รักษาความสงบเรียบร้อย ยัง ไม่รู้ว่าได้แค่ไหน แต่ที่แน่ๆ ตำรวจนครบาล พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. เข้มรักษาความปลอดภัย สุขสำราญกันได้เต็มที่

หนังสือดี นิตยสารตำรวจ เปิดช่องว่างตำรวจกับประชาชน สื่อสร้างสรรค์ ของ ป.เปี๊ยก นักข่าว เจ้าเก่า

ม้าสีหมอก
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
วิงวอน.
ระดับ 4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 375


Re: ข่าวตำรวจประจำวันนี้ รายงานโดย"วิงวอน"
« ตอบ #185 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2010, 06:34:46 »


 วันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ.2553
 
ตร.ตม.สุวรรณภูมิ
 
       

ตร.ตม.สุวรรณภูมิ
จับผู้ต้องหา 2 ราย
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 ธ.ค.53 พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล ผกก.สืบสวนปราบปราม บก.ตม.2 พ.ต.ท.วิฑูรย์ เดโช พ.ต.ท.ปรม พฤทธิกุล รอง ผกก.ฯ และ พ.ต.ท.อมรศักดิ์ แสงวรรณ สว.กก.สส.ปป.บก.ตม.2 ร่วมกันแถลงการจับกุมนายสุริโย ดวงแก้วตา อายุ 31 ปี ชาว จ.หนองคาย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดหนองคาย ที่ จ.7/2551 ลง 9 ม.ค.2551 ฐานความผิด จำหน่ายและมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ขณะนำหนังสือเดินทางของกลางมาแสดงตนต่อ จนท.ตม.เพื่อขอรับการตรวจอนุญาตออกนอกราชอาณาจักร แต่ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ

อีกรายในวันเดียวกัน จับกุมตัวนายสมหวัง นาราสา อายุ 26 ปี ชาว จ.ศรีสะเกษ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดกันทรลักษ์ ที่ จ.93/2553 ลง 20 ก.ค.2553 ฐานความผิด พรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย, พาบุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเพื่อการอนาจารแม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม, ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย ขณะนำหนังสือเดินทางมาแสดงตนต่อ จนท.ตม.เพื่อขอรับการตรวจอนุญาตออกนอกราชอาณาจักรไปเขตปกครองพิเศษมาเก๊า ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
วิงวอน.
ระดับ 4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 375


Re: ข่าวตำรวจประจำวันนี้ รายงานโดย"วิงวอน"
« ตอบ #186 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2010, 06:42:37 »


วันที่ 29 ธันวาคม 2553
 

าณาจักรโล่เงิน


สวัสดีครับแฟนคลับที่คอยให้กำลังใจคอลัมน์อาณาจักรโล่เงินทุกท่าน นามปากกาเกลือสมุทรนั้นกลุ่มคนเขียนมีหลายฝ่ายหลายคน การจะเขียนสิ่งต่างๆแต่ละครั้ง ต้องมีข้อมูลหลักฐานและองค์ประกอบมากมาย ตำรวจบางหน่วยที่ชี้แจงมา ถ้าผิดจะแก้ไขให้ ถ้าไม่ถูกต้องจะชี้แจงข้อมูลทางลึกให้ทราบกันอีก


สมุทรสาคร เป็นจังหวัดที่มีโรงงานอุตสาหกรรมกว่า 2,000 โรงงาน ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ขนาดเล็กมีคนงาน 400 ถึง 500 คน คนไทยประมาณ 150 คน นอกนั้นเป็นพม่าทั้งสิ้น ส่วนโรงงานขนาดใหญ่มีคนงาน 1,000 กว่าคน เป็นคนไทยราว 40% นอกนั้นพม่าทั้งหมด ถ้าอยากรู้ว่า คนพม่าอยู่กินกันอย่างไร ให้ไปที่สมุทรสาคร ถนนบางสายมีแต่คนพม่าทั้งนั้น ถ้าเป็นสาวๆจะมีแป้งทาหน้าสีเหลือง ถ้ามีอายุจะเคี้ยวหมากปากแดงเป็นแถว ส่วนผู้ชายนุ่งโสร่ง ว่างจากงานหรือวันหยุด พวกพม่าจะจัดคอนเสิร์ตกันใหญ่โต วันดีคืนดีมีการจัดงานแต่งงานลูกจ้างต่างโรงงานอย่างมโหฬาร ไม่แน่ต่อไปอาจมีโรงเรียนสอนภาษาพม่าขึ้นที่จังหวัดนี้ก็ได้......

ที่สมุทรสาครมีโรงงานผลิตของทุกอย่างตั้งแต่เครื่องอีเลคโทรนิค เครื่องมือเครื่องใช้ตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ รายได้ของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองมาจากผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารทะเล แพปลาและเรือประมงที่ต้องใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฏหมาย ด่านตรวจคนเข้าเมืองที่นี่ตั้งมานานแล้ว หัวหน้าด่านตำแหน่งเทียบเท่ารองผู้กำกับ รายได้ราวเดือนละ 1 ล้านบาท นี่เป็นรายได้สุทธิซึ่งหักให้เจ้านายและลูกน้องไปเรียบร้อยแล้ว สารวัตรราย 1 แสนบาท รองสารวัตร 40.000 บาท ชั้นประทวน 20.000 บาท มีตำรวจที่ด่าน 22 คน บวกลบคูณหารกันเอาเองก็แล้วกันว่า แต่ละปีรายได้มหาศาลแค่ไหน....

ทุกครั้งที่มีการจับแรงงานต่างด้าวมาส่งที่ด่าน เจ้าของต้องเสียเงินให้ลูกจ้างออกมาทำงานได้เร็วๆคนละ 2,500 บาท เจ้าของจะไปหักเงินจากลูกจ้างกันเอง ท่านผู้อ่านอาจสงสัย ทำไมเงินมากขนาดนี้ ก็เพราะโรงงานที่สมุทรสาคร มีใบอนุญาติถูกต้องน้อยมาก นอกนั้นเป็นโรงงานที่ไม่มีใบอนุญาติประกอบกิจการ เจ้าของโรงงานที่จ้างคนพม่ามาทำงาน จึงต้องจ่ายเงินให้ตำรวจเป็นเรื่องธรรมดา ที่สำคัญต้องจ่ายหนักด้วยโรงงานถึงจะเปิดได้ ที่สมุทรสาครเป็นแหล่งยาเสพติดที่ใหญ่มาก คนไทยส่งยาเสพติดให้พม่าไปขายกันเองตำรวจไม่จับ ทุกโรงงานมียาเสพติดขายทั้งนั้น ถ้าตำรวจปราบปรามยาเสพติดต้องการปราบปรามจริงจัง ไปแถวโรงงานที่สมุทรสาคร รับรองไม่ผิดหวัง......

โรงงานที่สมุทรสาครยังมีนักการเมืองและตำรวจเป็นหุ้นส่วนอยู่ด้วย หลายครั้งตำรวจเข้าไปจับ เจ้าของโรงงานส่งโทรศัพท์ให้ตำรวจทที่ไปจับพูดด้วย ตำรวจพูดโทรศัพท์ไปก็ยืนตัวแข็งไป เพราะคนที่พูดอยู่ปลายสายถือไม้เรียวพูดด้วย ใครจะกล้า ต้องถอยออกมา สมุทรสาครจึงเป็นแหล่งมั่วสุมยาเสพติดอันดับต้นๆ ของประเทศ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจปราบปรามยาเสพติดและเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน ควรประสานมือเข้าไปตรวจฉี่ตามโรงงาน รับรองไม่ผิดหวัง สีม่วงทั้งนั้น


สวัสดีครับ.......


เกลือสมุทร 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
วิงวอน.
ระดับ 4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 375


Re: ข่าวตำรวจประจำวันนี้ รายงานโดย"วิงวอน"
« ตอบ #187 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2010, 06:46:28 »


วันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7335 ข่าวสดรายวัน


หวยล็อกก.ตร.ชกไม่มีมุม
วงค์ ตาวัน



แน่นอนว่า ในทุกเทศกาลหยุดยาว กลุ่มคนที่จะไม่ได้หยุดพักผ่อนเที่ยวเตร่เฮฮากับใครเขาก็คือชาวตำรวจ ทั้งยังต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นกว่าปกติธรรมดาอีก

ทั้งเรื่องป้องกันบ้านเรือนประชาชน ป้องกันโจรลักวิ่งชิงปล้น อำนวยความสะดวกจราจร และอีกสารพัด

แถมปีนี้มีเพิ่มพิเศษ โดยในช่วงระยะนี้ตำรวจยังต้องมีกิจกรรมเลือกตั้งก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ

*กำลังอยู่ในช่วงกาบัตรลงคะแนนแล้วส่งไปยังคณะกรรมการเลือกตั้ง*

นายตำรวจระดับพ.ต.อ.ขึ้นไป คือ ผู้มีสิทธิ์

บางส่วนคงกาบัตรส่งไปแล้วแต่เนิ่นๆ บางส่วนอาจยังชั่งใจ

เชื่อไหมว่า นักการเมืองยุคนี้กลัวการเลือกตั้งก.ตร. จนถึงขั้นมีรายการหวยล็อกออกมาแล้ว!!

ลงทุนใช้อำนาจตามลำดับชั้น ล็อบบี้ให้เลือกตั้งก.ตร. 5 ชื่อ ตามที่นักการเมืองต้องการ

สั่งการลงไปถึงทุกระดับในทุกกองบัญชาการ

*เอากันขนาดนี้เลยหรือ!?*

ประชาธิปไตยตำรวจ ยังไม่เว้นโดนการเมืองแทรกแซง

ถ้าไปถามความต้องการของตำรวจจริงๆ เขาย่อมต้องเลือกอดีตนายพล ที่มีหลักการ ความคิด กล้าชน ไม่ใช่ทาสนักการเมือง

สุ่มดูก็รู้ว่า กระแสตำรวจจริงๆ นั้น มีใครบ้าง

เช่น พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช พล.ต.อ.วุฑฒิชัย ศรีรัตนวุฑฒิ ซึ่งมาแรงเพราะความเป็นครูบาอาจารย์ ปลูกฝังความเป็นตำรวจอาชีพให้กับลูกศิษย์ลูกหาหลายต่อหลายรุ่น

พล.ต.ท.สมยศ ดีมาก อดีตแพทย์ใหญ่ ที่ได้รับความเคารพนับถือ

ขณะเดียวกันเมื่อชาวตำรวจนึกถึงก.ตร.ชุดที่ผ่านมา ซึ่งยืนเป็นหลักซดหมัดกับนักการเมืองในทุกวงประชุมก.ตร. ก็ต้อง ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์

จึงทำให้ชื่อเพื่อนร่วมรุ่น นรต. 25 ที่ลงสมัครงวดนี้ เป็นที่นิยมไปด้วย

นั่นคือ พล.ต.ท.ชุมพล วงศ์กำแหง อดีต ผบช.สนง.นรป. พล.ต.ท.ธนู ชัยนุกูลศิลา

ดูแล้ว การออกหวยล็อกของนักการเมืองยิ่งเป็นเรื่องดี

*เพราะตำรวจเขาต้องเลือกก.ตร.ที่เป็นตัวแทนในการไปต่อต้านอิทธิพลการเมือง*

อิทธิพลที่แทรกแซงโผโยกย้ายจนเละเทะ อิทธิพลที่เอาแต่ใจตัวเอง พอตั้งผบ.ตร.ตามใจไม่ได้ก็เลยไม่ตั้งผบ.ตร.มาเป็นปี

อย่างนี้ยิ่งต้องเลือกก.ตร.ที่เป็นอิสระ!

หน้า 2

 

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
วิงวอน.
ระดับ 4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 375


Re: ข่าวตำรวจประจำวันนี้ รายงานโดย"วิงวอน"
« ตอบ #188 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2010, 06:52:28 »


วันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7335 ข่าวสดรายวัน


ทำลายยาบ้า


เปิดนโยบาย"5รั้ว" แก้ปัญหายาเสพติด ศึกหนัก"รั้วโรงเรียน"
สดจากสนามข่าว
คมกฤช ราชเวียง เรื่อง/ภาพ

 
การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดยังคงเดินหน้าต่อไป

ที่ผ่านมา ทุกหน่วยงานให้ความสำคัญกับปัญหายาเสพติดอย่างยิ่งยวด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่มุ่งป้องปรามยาเสพติด ยึดหลักปฏิบัติภายใต้ยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกัน

ประกอบด้วย รั้วชายแดน รั้วชุมชน รั้วสังคม รั้วโรงเรียน และรั้วครอบครัว ซึ่งตอนนี้ดำเนินการมาถึงระยะที่ 3 ในการแก้ปัญหา

แต่ทว่าปัญหาที่น่าห่วงตอนนี้ คือ พบการแพร่ระบาดของยาเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชนเพิ่มสูงขึ้น จากผลสำรวจเรื่อง "ประมาณการตัวเลขนักเรียน นักศึกษาผู้ใช้ยาเสพติด" ของศูนย์วิจัยความสุขชุมชน มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือ เอแบคโพล โดย ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยความสุขชุมชน และนักศึกษาด้านการพัฒนาระหว่างประเทศ สถาบันคอร์แนลเพื่อภารกิจของรัฐ มหาวิทยาลัยคอร์แนล

สุ่มตัวอย่างนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ถึงนักศึกษาปริญญาเอกทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 21,572 ตัวอย่าง พบมีนักเรียนนักศึกษาตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ถึงปริญญาเอกดื่มเหล้า 3,631,706 คน สูบบุหรี่ 1,090,436 คน ส่วนนักเรียนนักศึกษาที่ใช้ยาเสพติดไม่นับรวมเหล้า บุหรี่ ยานอนหลับ และยาแก้ปวด ประมาณการว่ามีถึง 711,556 คน

เมื่อจำแนกตามประเภทตัวยาเสพติดที่ใช้กันในกลุ่มนักเรียนนักศึกษา พบว่ามีจำนวน 316,110 คน ใช้กัญชา 298,480 คน ใช้กระท่อม 214,020 คน ใช้สารระเหย 148,010 คน ใช้ยาบ้า 134,480 คน ใช้สี่คูณร้อย 100,040 คน ใช้ยาไอซ์ 63,550 คน ใช้ยาอี เอ็กซ์ตาซี ยาเลิฟ และ 53,300 คน ใช้ยาเค ที่เหลืออีก 65,880 คน ใช้ยาเสพติดอื่นๆ เช่น เฮโรอีน มอร์ฟีน และโคเคน



1.ดร.นพดล กรรณิกา
2.นายเพิ่มพงษ์ ชวลิต

 
ขณะที่การสำรวจความคิดเห็นของกลุ่มข้าราชการตำรวจระดับผู้กำกับการ รองผู้กำกับการ และสารวัตรหัวหน้าสถานี จำนวน 612 แห่งทั่วประเทศ พบว่าสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ

ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 69 บอกว่าอาวุธของขบวนการค้ายาเสพติด มีประสิทธิภาพมากกว่าอาวุธประจำกายของตำรวจ

และถ้าตำรวจประสบเหตุต่อสู้กับขบวนการค้ายาเสพติด ร้อยละ 34.4 ระบุว่ามีปัญหาประสานงานล่าช้าจากทหารในการเข้าถึงที่เกิดเหตุ ในขณะที่ร้อยละ 32.6 ระบุมีการประสานงานล่าช้าจากฝ่ายปกครอง

ดร.นพดล ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์วิจัยความสุขชุมชน เผยผลสำรวจ ว่า ตามแนวนโยบายของรัฐบาลอาจได้รับความพึงพอใจตามความรู้สึกของสาธารณชน แต่ในข้อเท็จจริงที่ปรากฏของผลวิจัยครั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่า "รั้วโรงเรียน" ยังมีปัญหา

เพราะปัญหายาเสพติดในกลุ่มนักเรียนนักศึกษายังมีให้ปรากฏอยู่เป็นจำนวนมาก และการทำงานเชื่อมประสานกันระหว่างหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องก็มีปัญหา มีช่องว่างเกิดขึ้นในทางปฏิบัติ วัสดุอุปกรณ์ อาวุธประจำกายของเจ้าหน้าที่ ก็ได้รับการยืนยันจากผู้ปฏิบัติว่าด้อยประสิทธิภาพกว่าอาวุธของขบวนการค้ายาเสพติด


การเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงไปถึงมือผู้ใต้บังคับบัญชาต้องได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มข้นว่าพวกเขาที่เสี่ยงภัยในพื้นที่เหล่านั้นได้รับเต็มเม็ดเต็มหน่วยไม่ตกค้างในมือของผู้บังคับบัญชาระดับสูง

ดังนั้นรัฐบาลและกลไกของรัฐในทุกระดับ ต้องกระชับลดช่องว่างในการปฏิบัติการตามแนวนโยบาย โดยในระยะสั้นน่าจะเร่งสนับสนุนการทำงานเต็มรูปแบบไปยังสถานีตำรวจทุกสถานี ให้พร้อมรองรับการร้องเรียนจากสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อ "เคลียร์" ให้จบในระดับพื้นที่ไม่ปล่อยให้ลุกลามบานปลาย


เพราะปัญหายาเสพติดมันเกินขอบเขตความสามารถของผู้บริหารสถาบันการศึกษาจะแก้ไขได้เพียงลำพัง

สุดท้ายรัฐบาลน่าจะลองพิจารณาให้การสนับสนุนองค์กรภาคประชาสังคม ทำหน้าที่ตรวจสอบหน่วยงานของรัฐอย่างเข้มข้นอีกชั้นหนึ่ง

ขณะที่ผลสำรวจเกี่ยวกับการระบาดของยาเสพติดในระดับจังหวัด พบว่ากรุงเทพมหานคร มีอัตราการแพร่ระบาดมากที่สุด รองลงมาคือปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ รวมทั้ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ดร.นพดล ฝากไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ว่า ต้องแก้ปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง รวมทั้งต้องหาแนวทางให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วม

นายเพิ่มพงษ์ ชวลิต รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) มองว่า สถานการณ์ยาเสพติดในขณะนี้ถือว่าอยู่ในระดับน่าเป็นห่วงมาก ทำให้ ป.ป.ส.วางมาตรการในการป้องกันและปราบปรามเข้มข้นขึ้น

เริ่มจากการกำหนดพื้นที่เป้าหมาย 4 จุด ได้แก่ ภาคเหนือตอนบน ที่ลำเลียงยาเสพติดเข้าประเทศ กรุงเทพมหานคร เป็นจุดที่ยาเสพติดแพร่ระบาด พื้นที่ภาคใต้ และ 175 อำเภอ เป้าหมายทั่วประเทศ พร้อม ปูพรมปิดล้อม ตรวจค้น 20,000 หมู่บ้าน

ขณะที่รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ได้ประกาศเป็นนโยบายเร่งรัด 3 เดือน ตรวจค้นแหล่งค้า แพร่ระบาด พร้อมจับกุมผู้ค้าและผู้เสพ ก่อนนำเข้าสู่กระบวน การบำบัดรักษา และดำเนินการจับกุมนักค้าและเครือข่ายรายสำคัญ รวมถึงเครือข่ายรายใหญ่ในเรือนจำ

แนวทางที่ได้ดำเนินการไปแล้วคือ การแยกผู้ต้องโทษในคดียาเสพติดรายสำคัญ ไปคุมขังในเรือนจำกลางเขาบิน อ.เมือง จ.ราชบุรี ให้เป็นพื้นที่ควบคุมจุดเดียว ไม่ให้มีเสรีภาพในการติดต่อสื่อสาร ซึ่งมาตร การดังกล่าวจะส่งผลให้พื้นที่การแพร่ระบาดยาเสพติดลดลง

อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามดูว่ามาตรการปราบปรามยาเสพติดระยะที่ 3 จะสามารถแก้ปัญหายาเสพติดได้อย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่

จะสำเร็จหรือไม่สำเร็จขึ้นอยู่กับ ความร่วมมือของทุกคน

หน้า 2

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
วิงวอน.
ระดับ 4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 375


Re: ข่าวตำรวจประจำวันนี้ รายงานโดย"วิงวอน"
« ตอบ #189 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2010, 05:13:39 »


วันที่ 30 ธันวาคม 2553



ย้ำเตือน“นักสืบรุ่นใหม่”จับยาอย่าโชว์ตัวสื่อภัยมหันต์ 
             
 
ช่วงนี้เราจะเห็นข่าวตามสื่อต่าง ๆ ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจฟิตหนักออกปราบปรามยาเสพติดที่ระบาดหนักตามชุมชนในเขตกรุงเทพฯ หรือตามหัวเมืองต่าง ๆ ในต่างจังหวัด เพราะแค่คำขู่ของ “นายกฯ มาร์ค” ขีดเส้นตายลุยกำจัดยาเสพติดให้เสร็จสิ้นภายใน 1 เดือน ทำเอานายตำรวจน้อยใหญ่นั่งไม่ติด โดยเฉพาะ “บิ๊กน้อย” พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ ผบ.ตร. ที่ต้องออกมาขันน็อตลูกน้อง ระดมกำลังลุยปราบยาเสพติดแบบชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ ทำเอาชาวบ้าน งง..ตึ้บ ว่า ทำไม่นักการเมือง ตำรวจ เพิ่งตื่นหรือ มันระบาดมานานแล้วครับท่าน

ดังนั้น การปราบปรามยาเสพติดในยุคนี้ จึงเป็นยุคที่ต้องการสร้างภาพแบบ “วัวหายแล้วล้อมคอก” เพื่อเอาใจผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองมากกว่าจะจริงจังเอาใจใส่ มีใครหรือไม่ที่จะพูดถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่าง ปส.ว่า ปัจจุบันหน่วยงานนี้เขาทำอะไรกัน งบประมาณที่นำไปใช้คุ้มค่ากับภาษีชาวบ้านเขาหรือไม่ จึงไม่แปลกใจที่ยาเสพติด โดยเฉพาะยาบ้า มันระบาดมาก ภาระหนักจึงตกมาที่คุณตำรวจ ต้องปราบปรามจับกุมกันแทบทุกวัน บางครั้งคนจับกุมก็ประสบผลสำเร็จ แต่บางครั้งคนจับกุมก็ต้องสังเวยชีวิต

มาถึงวันนี้การสืบสวนจับกุมของเหล่านักสืบมับเปลี่ยนไป โดยเฉพาะตำรวจนักสืบ ที่เป็นสายทำงานปราบปราบจับกุมยาเสพติด ทุกคนชีวิตต้องแขวนไว้บนเส้นดาย ไม่รู้ว่าจะบาดเจ็บ หรือตายเมื่อไหร่ ถ้าโชคดีก็จับกุมได้สำเร็จ แต่ถ้าพลาดก็หมายถึงชีวิต ดังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย ของ บก.สืบสวน บชน.ที่ถูกผู้ค้ายิงถล่มแทบเอาชีวิตไม่รอด ขณะที่ ผู้หลักผู้ใหญ่ เจ้านายที่อยากเอาหน้าตามสื่อ สมควรแหกตาดูบ้างว่า การแถลงข่าวจับยาเสพติดแต่ละครั้งอย่างเพียงเพื่อเอาใจนักการเมือง เอาใจนาย หวังสร้างผลงานโปรโหมดตนเอง

เพราะปมประเด็นที่มันผิดรูปผิดแบบมานานพอสมควรแล้ว และทำให้เจ้าหน้าที่เหล่านี้ เขามีโอกาสตายมากกว่ารอด คือ พวกนายชอบให้ลูกน้องที่ออกหาข่าวจับกุมยาเสพติด ไปร่วมสร้างภาพแถลงข่าวจับยากับผู้ที่ได้ชื่อว่า นาย แต่พวกคุณหารู้ไม่ว่าผู้ค้ายาเขาจ้องมองอยู่ เมื่อไหร่นักสืบเหล่านี้ ไปโผล่หน้าโผล่ตาตามสื่อ ก็ไม่แปลกที่ผู้ค้ายาเขาจะจดจำหน้าตา เมื่อถูกจับกุมก็ต้องต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อเอาตัวรอดจากการจับกุม ความสุ่มเสี่ยงเหล่านี้ นักสืบรุ่นเก๋าเขาจะเตือนผู้ปฏิบัติเสมอมาว่า นักสืบจับยาเสพติดต้องไม่ปรากฏตัว เพราะจะเป็นอันตรายต่อตัวเอง

ขณะที่ นาย ไม่ได้ไปเสี่ยงตายด้วย แต่ไปเอาหน้ากับผู้ใหญ่ นายยุคใหม่ไม่สนใจเรื่องปลีกย่อยเหล่านี้ กลับกัน การที่เหล่านักสืบรุ่นเก๋าไม่อยากให้ผู้ปฏิบัติออกมาโชว์ตัว ไม่ใช่อยากดังคนเดียว แต่ห่วงใยความปลอดภัยลูกน้อง เพราะพวกเขายังต้องทำงานต่อไป ดังนั้น คำสอนขอนักสืบรุ่นเก๋าก็ยังเป็นคำสอนที่ย้ำเตือนต่อนักสืบรุ่นใหม่วันยังค่ำ เพราะอาบน้ำร้อนมาก่อน เหล่านักสืบสมควรจะจดจำไว้ว่า อย่าประมาท เพราะความประมาท คือ หนทางแห่งความตาย.

กูรูสีกากี
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
วิงวอน.
ระดับ 4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 375


Re: ข่าวตำรวจประจำวันนี้ รายงานโดย"วิงวอน"
« ตอบ #190 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2010, 05:17:24 »


วันที่ 30 ธันวาคม 2553



รวบลูกอดีตผบช.น.พร้อมยาไอซ์  
             
 
รวบลูกคนเล็กอดีตผบช.น.พร้อมยาไอซ์ คาคอนโดย่านบางกะปิ ญาติรีบนำเงินแสนประกันตัว

วันนี้ (29 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ค่ำวานนี้ ( 28 ธ.ค.) พ.ต.ท.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย สว.กก.สส.น.1 พร้อมกำลังทำการล่อซื้อยาเสพติด จากนายภูวสิษฏ์ เอี่ยมแจ้งพันธุ์ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2 ถนนลาดพร้าว ซอยลาดพร้าว 106 แยก 1 แขวง-เขตห้วยขวาง ซึ่งเป็นลูกชายคนเล็กของ พล.ต.ท.จำลอง เอี่ยมแจ้งพันธุ์ อดีตผบช.น. โดยนัดส่งยากันที่ หน้าลิฟท์ชั้น 6 คอนโดไอเฮาท์ ถนนอาร์ซีเอ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง เมื่อมีการส่งยา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าจับกุม จากการตรวจค้นพบในตัวพบยาไอซ์ 0.3 กรัม บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกแบบมีซิป อยู่ในกระเป๋ากางเกง จึงควบคุมตัวส่ง พ.ต.ท.สืบพงษ์ กรุณา พงส.(สบ 3) สน.มักกะสัน ดำเนินคดี ในข้อหามียาไอซ์ไว้ในความครอบครอง ต่อมาทางญาติได้นำเงินสดจำนวน 1 แสนบาท มาประกันตัวกลับไป.
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
วิงวอน.
ระดับ 4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 375


Re: ข่าวตำรวจประจำวันนี้ รายงานโดย"วิงวอน"
« ตอบ #191 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2010, 05:51:29 »


วันที่ 30 ธันวาคม 2553



สยองซ้ำขับหลับในตายหมู่ 7 ศพปิกอัพพุ่งชนตอม่อ
  

เผยชีวิต ดร.หนุ่ม เหยื่อตกโทลล์เวย์แม่ขายพวงมาลัยเรียนจบตั้งแต่27

แฉ วงจรปิดจับภาพ "โทลล์เวย์มรณะ" รถเก๋งซีวิคแซงไม่พ้น พุ่งเสยท้ายรถตู้หมุนคว้าง กินเวลาไม่เกิน 6 วินาที ขณะที่น้ำตาท่วมนิติเวช ญาติของ 8 ผู้เสียชีวิตรับศพเศร้าสลด พบผู้เคราะห์ร้ายเป็นทั้งดอกเตอร์ อาจารย์ นักวิทยาศาสตร์ นักศึกษา มธ. ด้านน้องชาย ดร.หนุ่ม เผยพี่ชายเรียนเก่งจบปริญญาเอกตั้งแต่อายุ 27 ผู้เป็นแม่ร้อยพวงมาลัยส่งเสีย อีกรายเตรียมไปศึกษาต่ออังกฤษด้านสถาปัตย์ ส่วน นศ.นิติฯ มธ.หลาน ดารา อยากเป็นผู้พิพากษา เสียงญาติให้ล้อมคอกดูแลรถตู้ให้คาดเบลท์ หน่วยงานรัฐแก้ปัญหาจริงจัง เผย โชเฟอร์ฮอนด้า ซีวิค คู่กรณี เป็นเด็กอายุ 16 น้องสาวต่างแม่ของพระเอกเอ็กแซ็กท์ “ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา” บาดเจ็บเล็กน้อย แวบออกจาก รพ. ตั้งแต่เช้ามืด ด้านพระเอกหนุ่มเผย เสียใจกับทุกครอบครัว กรมการขนส่งเตรียมล้อมคอก ออกระเบียบใหม่บังคับรถตู้สาธารณะติดเข็มขัดนิรภัยให้ผู้โดยสาร เพิ่มความปลอดภัย หลังเกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก แฉผ่านไปไม่ถึง 8 ชม. อาจารย์มหา’ลัยราชภัฏเมืองลิง ซิ่งกระบะกลับจากงานศพญาติเมืองคอน หลับในพุ่งเสยตอม่อดับอีก 7 ศพ
   
จากกรณีอุบัติเหตุสยองขวัญส่งท้ายปีเสือดุ รถตู้โดยสารสาย 118 ทะเบียน 13-7795 กรุงเทพมหานคร วิ่งระหว่างม.ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต-อนุสาวรีย์ชัยฯ ถูกรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีขาว ทะเบียน ฎว 8461 กรุงเทพมหานคร ซึ่งขับโดย น.ส.อรชร หรือ แพรวา เทพหัสดิน ณ อยุธยา อายุ 16 ปี ขับชนท้ายบนทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ จนรถตู้เสียหลักพลิกคว่ำหลายตลบไปกระแทก เสาไฟฟ้าบนทางด่วน ทำให้ผู้โดยสารนับ 10 ราย กระเด็นออกจากตัวรถร่วงลงมากระแทก พื้นใกล้กับสี่แยก ม.เกษตรฯ ถนนวิภาวดี รังสิต เสียชีวิตอเนจอนาถ รวม 8 ศพ หนึ่งในนั้นเป็นดอกเตอร์หนุ่มจบใหม่ กลับมาทำงานใช้ทุนเป็นนักวิทยาศาสตร์ สวทช. ร่างห้อยต่องแต่งเสียชีวิตอยู่บนสะพานลอยคนข้าม ส่วนผู้บาดเจ็บ 7 คน ส่วนใหญ่อาการสาหัส เหตุเกิดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา

รับศพน้ำตานองนิติเวช
   
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการรับศพผู้เสียชีวิต ทั้ง 8 ราย จากอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนรถตู้โดยสาร ทำให้ผู้โดยสารกระเด็นตกจากทางยกระดับอุตราภิมุข หรือทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ลงมาเสียชีวิต ได้มีญาติ ๆ ทยอยเดินทางเข้ารับศพผู้เสียชีวิต เมื่อเห็นศพญาติของตนเองถูกเข็นออกมาจากห้องชันสูตร ญาติแต่ละคนเก็บความเสียใจไว้ไม่อยู่ ร้องไห้ ออกมาอย่างไม่อายใคร เสียงร่ำไห้ระงมไปทั่ว บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ทำให้บรรดาผู้สื่อข่าวที่ไปปฏิบัติภารกิจ และเจ้าหน้า ที่สถาบันฯ ต่างเศร้าสลดไปตาม ๆ กัน

“ดร.-อาจารย์-ผช.คณบดี”ดับ
   
สำหรับผู้เสียชีวิตทั้ง 8 ศพ ประกอบ ด้วย 1. นายภิญโญ จินันทุยา อายุ 34 ปี ผู้ ช่วยคณบดีฝ่ายบริหารงานเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) 2. น.ส.ตรอง สุดธนกิจ อายุ 24 ปี 3. นายปรัชญา คันธา นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะเศรษฐศาสตร์ มธ. 4. น.ส. สุดาวดี นิลวรรณ อายุ 20 ปี หรือน้องนุ่น นักศึกษา ชั้นปีที่ 3 คณะนิติศาสตร์ มธ.   5. ดร.ศาสตรา เช้าเที่ยง อายุ 33 ปี นักวิจัย 1 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโน โลยีแห่งชาติ (สวทช.) 6. นายอุกฤษฎ์ รัตนโฉมศรี อายุ 30 ปี นักวิจัยไบโอเทค มธ. 7. น.ส.นฤมล ปิตาทานัง อายุ 38 ปี คนขับรถตู้ และ 8. นายเกียรติมันต์ รอด อารีย์ อายุ 23 ปี

แม่ร้อยมาลัยส่งเรียนอังกฤษ
   
จากการสอบถามนายดุสิต เชาว์ไกรหัก อายุ 19 ปี น้องชายต่างบิดาของ ดร. ศาสตรา เช้าเที่ยง หรือ “ดร.เป็ด” นักวิจัย สวทช.ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ไม่คิดว่าเหตุดังกล่าวจะเกิดขึ้นกับพี่ชาย พี่ชายถือเป็นเสาหลักและความภาคภูมิใจของบ้าน แม้มารดาจะมีอาชีพร้อยพวงมาลัยขายในตลาดเมืองราชบุรี เป็นร้านเล็ก ๆ ชื่อร้านคุณหนิงขายดอกไม้ แต่มารดาก็ส่งเสียให้พี่ชายเรียนจนจบปริญญาเอก ด้วยทุนของ ก.พ. ที่ประเทศ อังกฤษ ด้วยวัยเพียง 27 ปี โดยปกติพี่ชายเป็นคนมีนิสัยเรียบง่าย แต่ต้องทำงานดึก ตื่นเช้า จึงใช้บริการรถตู้โดยสารเนื่องจากไม่ต้องการเพิ่มภาระหนี้สินจากการซื้อรถยนต์ ตอนนี้ที่บ้านรู้เรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ทุกคนยังรับไม่ได้ แม่รู้สึกเศร้ามาก จากนี้จะนำศพพี่ชายไปบำเพ็ญกุศลที่วัดเกาะนัมมทาฯ อ.เมือง จ.ราชบุรี

ติดแพทย์ รามาฯ สละสิทธิ
   
นายดุสิตกล่าวต่อว่าพี่ชายเป็นคนเรียนเก่งมาก จบมัธยมจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ตอนอยู่ ม.5 สอบเทียบและสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี เพื่อให้แม่ภาคภูมิใจ แต่ไม่เอาเนื่องจากสอบชิงทุน ก.พ.ได้ และอยากไปเรียนต่อต่างประเทศ จึงรับทุน ก.พ. ไปเรียน ที่มหาวิทยาลัยเบอร์มิ่งแฮม สาขาชีววิทยา ตั้งแต่ปริญญาตรีจนจบปริญญาเอกเมื่อ 5 ปีที่แล้ว จากนั้นกลับมาทำงานในตำแหน่งนักวิจัย 1 ที่สวทช.ตั้งแต่นั้นจนปัจจุบัน พี่ชายเป็นคนขยันมาทำงานตลอด รับสอนพิเศษภาษาอังกฤษ รับงานวิจัย ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับโรคมะเร็ง ส่วนชีวิตส่วนตัวพี่ชายยังเป็นคนโสด ตั้งใจหาเงินสร้างฐานะ ซื้อคอนโดฯ ตนเคยบอกให้พี่ชายซื้อรถ แต่เขาไม่ซื้อเพราะไม่อยากเพิ่มภาระ อีกทั้งไม่อยากขับรถเอง เพราะต้องออกจากบ้านแต่เช้าและกลับถึงบ้านดึก ๆ ทุกวัน สัปดาห์หน้าจะมีการทำบุญใหญ่ที่ จ.ราชบุรี เป็นวันรวมญาติ แต่พี่ชายก็มาจากไปเสียก่อน

หลานดาราจะกลับตจว.
   
ด้านนางนฤมล นิลวรรณ อายุ 57 ปี ดาราตัวประกอบ ป้าของ น.ส.สุดาวดี นิลวรรณ ผู้เสียชีวิตอีกราย กล่าวว่าก่อนเกิดเหตุหลานสาวกำลังจะเดินทางไปสถานีขนส่ง หมอชิตเพื่อขึ้นรถทัวร์นครชัยแอร์ เดินทาง กลับบ้านที่ จ.อุบลราชธานี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พ่อเขาคือ พ.ต.อ.ศรัญ นิลวรรณ ผกก.สภ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี ส่วนแม่เขาเป็นพยาบาล ทราบว่าทางพ่อแม่เตรียมต้อนรับลูกสาวที่จะกลับบ้านช่วงปีใหม่ เตรียม ทำกับข้าวของโปรดให้มากมาย ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องร้ายเช่นนี้กับครอบครัวของตน สำหรับ ศพของหลานสาวจะนำไปไว้ที่วัดสุปัฎนาราม จ.อุบลราชธานี

ชี้ขอบทางกั้นโทลล์เวย์ต่ำไป
   
นางนฤมล กล่าวต่อว่า ตอนแรกที่ทราบว่าเกิดอุบัติเหตุคิดว่าหลานแค่ได้รับบาดเจ็บเท่านั้น เพราะไม่มีรายชื่ออยู่ในกลุ่มผู้เสียชีวิต แต่พอไปดูที่ รพ.วิภาวดี ก็ไม่มีชื่ออีก จึงเดินทางมาที่ สน.วิภาวดี ก็พบว่าเป็นศพหลานสาวจริง ตอนนั้นในตาที่เห็นว่าใช่ แต่ใจบอกว่าไม่ใช่ ก็ให้เพื่อนเขาช่วยดูอีกทีปรากฏว่าเป็นศพหลานสาวจริง ๆ คนที่เสียชีวิตในรถตู้คันนี้เป็นบุคคลมีความรู้ความสามารถ บางคนเป็นถึงดอกเตอร์ เป็นอาจารย์ ซึ่งเรารู้สึกว่าเสียดาย เพราะบุคคลเหล่านี้จะทำประโยชน์ให้ประเทศชาติในวันข้างหน้า แต่ไม่ใช่เรามาสรรเสริญเมื่อเขาเสียชีวิตไปแล้ว อยากพูดว่าขอให้เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย เพราะเกิดมาหลายครั้งแล้ว และไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก “เขาเป็นเด็กน่ารักมาก เรียนเก่ง ใฝ่ฝันอยากเป็นผู้พิพากษาให้พ่อ ตอนที่พ่อเขาโทรฯ มาให้ไปดูให้หน่อยเราไม่คิดว่าเป็นเขาเลย คิดแต่ว่าเขาไม่เป็นไร เรื่องนี้เกิดจากความประมาท แม้คนขับรถตู้จะไม่ประมาท แต่คนอื่นประมาท ขับมาเร็ว ขอบกั้นโทลล์เวย์ต่ำไปหรือไม่ ตรงนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมาดูแลอย่างจริงจัง ส่วนเข็มขัด นิรภัยในรถก็ไม่มีใครคาด ถ้าเป็นเรานั่งก็คงไม่คาดเช่นกัน ก็น่าจะออกเป็นกฎหมายเหมือน ที่คนขับรถต้องคาด อยากให้เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนกับผู้ที่เกี่ยวข้องให้แก้ไขกฎหมาย เพราะไม่รู้ว่าถ้ามีครั้งต่อไปจะเกิดกับครอบครัวไหนอีก” นางนฤมลกล่าว

“ผกก.เขื่องใน”เสียลูกสาว
   
ด้าน พ.ต.อ.ศรัญ นิลวรรณ ผกก.สภ. เขื่องใน จ.อุบลราชธานี บิดาของ น.ส.สุดาวดี กล่าวด้วยความเศร้าโศกว่าน้องนุ่นเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน อยากจะเรียนนิติศาสตร์เพื่อเป็นผู้พิพากษาให้พ่อ วันนี้ครอบครัวเดินทางมารับศพน้องนุ่นขึ้นคาร์โก้กลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้าน ตนรู้ข่าวจากเพื่อน ๆ ของลูกสาวโทรฯ มาหาว่าไม่แน่ใจว่านุ่นประสบอุบัติเหตุหรือไม่ ขอให้ญาติที่กรุงเทพฯ ไปตรวจสอบ เมื่อทราบ ว่าลูกสาวเสียชีวิตก็รีบลงมากรุงเทพฯ เพื่อรับลูกกลับบ้าน

นร.ทุนสถาปัตย์ก็จบชีวิต
   
นายอิทธิกร จินันทุยา อายุ 33 ปี น้องชายของนายภิญโญ จินันทุยา ผู้เสียชีวิตอีกราย กล่าวว่าพี่ชายเป็นคนเก่งคนหนึ่ง หลังเรียนจบ ม.ปลายที่ จ.นครสวรรค์ ก็ได้ทุนไปศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่นจนจบปริญญาโทด้านสถาปัตยกรรม ก็กลับมาใช้ทุนที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มธ.และเตรียมจะขอทุนไปศึกษาต่อปริญญาเอกที่ประเทศอังกฤษอีก ปกติหลังเลิกงาน พี่ชายจะนั่งรถสวัสดิ การมหาวิทยาลัยเพื่อกลับบ้านพักเกือบทุกวัน พี่ชายจะรับประทานข้าวเย็นกับภรรยาชาวญี่ปุ่น แล้วติดรถภรรยากลับบ้านพักย่านซอยอารีย์ แต่วันเกิดเหตุภรรยามีงานเลี้ยงปีใหม่ พี่ชายก็สะสางงานจนดึกจึงใช้บริการรถตู้สาธารณะ จนมาเกิดเหตุ ทั้งนี้ในวันที่ 31 ธ.ค.นี้ได้นัดญาติ ๆ ไปเจอกันที่บ้าน จ.ชัยนาท ส่วนศพจะนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดหนองจิก จ.ชัยนาท ต่อไป

วงจรปิดจับภาพได้70ม.
   
ส่วนความคืบหน้าของคดีและการสอบปากคำ พ.ต.ท.ฉัตรชัย เอี่ยมอ่อง สวส. สน.จร.วิภาวดี เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุตนได้ประสานกับการทางพิเศษฯ เพื่อตรวจสอบ ภาพจากกล้องวิดีโอวงจรปิดซึ่งบันทึกภาพขณะเกิดเหตุได้เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ซึ่งจะเห็นภาพจากจุดที่ชนถึงจุดที่ภาพหายไปเป็นระยะทางประมาณ 70 เมตร พบว่ารถตู้คันเกิดเหตุวิ่งอยู่ด้านหน้ารถเก๋งฮอนด้าซีวิค ซึ่งวิ่งตามมาด้วยความเร็วสูงก่อนจะเสียหลัก และสะบัดพุ่งเข้าชนท้ายรถตู้จากนั้นภาพก็หายไปจากวิถีกล้อง ซึ่งตนจะนำภาพดังกล่าว รวมเข้าสำนวนต่อไป ส่วนการสอบปากคำ ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ขณะนี้ยังทำไม่ได้เนื่องจากผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดยังบาดเจ็บ และต้องรักษาตัวใน รพ. ซึ่งตนจะได้ประสานกับทางรพ. และผู้เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาเรียกตัวผู้ที่พร้อมให้การเข้าให้ปากคำต่อไป

วินาทีมรณะ“ซีวิคแซงรถตู้”
   
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดบนทางด่วนโทลล์ เวย์ช่วงก่อนเกิดเหตุ พบว่ารถตู้วิ่งอยู่เลน กลางด้วยความเร็วประมาณ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากนั้นได้มีรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค คู่กรณีวิ่งตามหลังมาด้วยความเร็วสูงจ่อติดท้าย รถตู้ แล้วเกิดเปลี่ยนเลนไปทางขวากะทันหัน ทำให้ด้านหน้ารถเก๋งชนท้ายรถตู้ด้านขวาอย่าง จัง จนรถตู้หมุนหัวรถหันไปทางด้านซ้าย เสี้ยว วินาทีนั้นรถเก๋งซึ่งอยู่ในสภาวะเสียหลัก หมุนคว้างเช่นกัน ส่งผลให้ด้านข้างขวาของรถเก๋ง กระแทกซ้ำเข้าไปที่ด้านซ้ายของรถตู้อย่างจัง ผลจากการชนซ้ำดังกล่าวทำให้รถตู้กระแทกเข้าไปที่ขอบปูนกั้นทางอย่างรุนแรงจนด้านหน้าของรถตู้ฉีกขาด ผู้โดยสารที่อยู่ภายในรถตู้หลุดกระเด็นออกมาตกทางด่วนเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งช่วงเวลาที่เกิดเหตุเพียงแค่ 5-6 วินาทีเท่านั้น

คนขับเก๋งออกรพ.เช้ามืด
   
ที่ห้องประชุมชั้น 3 อาคาร 2 รพ. วิภาวดี พล.ท.นพ.พร้อมพงษ์ พีระบูล ผอ.รพ. เปิดเผยความคืบหน้าของผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 7 ราย ว่าทาง รพ. รับผู้บาดเจ็บเข้ารักษาตัว 7 ราย ประกอบด้วย น.ส.กัญจน์นภัส ปัญญา ประเสริฐ อายุ 23 ปี 2. นายวรัญญู เกตุชู อายุ 20 ปี นศ.คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ปี 3 มธ. กระดูกไหปลาร้าหัก 3. นายมูฮัมหมัด ชารีฟ อายุ 31 ปี สัญชาติมัลดีฟส์ เป็น นศ.ปริญญาโท คณะสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาฯ บาดเจ็บที่เท้า เข่า นิ้วก้อยเท้าซ้ายแตก แพทย์ผ่าตัดให้ รอดูอาการ 4. นายวิศรุต พลสิทธิ์ อายุ 35 ปี ผู้ช่วยนักวิจัยระดับ 2 สวทช. 5. นายสุนทร ปิตตาทานัง อายุ 43 ปี สามีของนางนฤมล คนขับรถตู้ ศีรษะแตกเป็นแผลฉกรรจ์ รอรับการผ่าตัด 6. น.ส.อรชร หรือแพรวา เทพหัสดิน ณ อยุธยา อายุ 16 ปี นศ.จากสหรัฐ อเมริกา ผู้ขับขี่รถเก๋งฮอนด้าซีวิค คู่กรณี ได้รับบาดเจ็บที่ปากและข้อศอก อาการปลอดภัย ออกจาก รพ.ไปในช่วงเช้ามืด และรายสุดท้าย อาการหนักและน่าเป็นห่วงที่สุด เป็นหญิงไทย ไม่ทราบชื่อ และรายละเอียดส่วนตัว อายุประมาณ 23 ปี ได้รับบาดเจ็บจากการกระแทกที่ศีรษะอย่างรุนแรงจนเลือดคั่งในสมอง กระดูกซี่โครงด้านซ้าย, ทรวงอก และเชิงกรานหัก แพทย์ต้องนำเข้ารับการผ่าตัดสมอง ขณะนี้ยังไม่ได้สติ สำหรับค่าใช้ จ่ายในการรักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บทุกราย เบื้องต้น รพ.จะเป็นผู้ดูแลให้ ซึ่งก็ต้องตรวจสอบสิทธิของผู้บาดเจ็บแต่ละรายว่าทำประกัน สุขภาพและอุบัติเหตุไว้กับที่ใดบ้าง

ผอ.ขสมก.รุดเยี่ยมผู้บาดเจ็บ
   
ต่อมาเวลา 12.30 น. นายโอภาส เพชร มุณี ผอ.ขสมก.พร้อมคณะผู้บริหาร ขสมก. ได้นำกระเช้าดอกไม้เดินทางเข้าเยี่ยมอาการผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุในครั้งนี้ จากนั้นเปิดเผยว่าสำหรับความช่วยเหลือเบื้องต้น ตนได้ประสานกับบริษัทรถร่วมบริการที่เป็นเจ้าของรถตู้คันดังกล่าว และบริษัทประกันภัย ให้เข้ามาช่วยเหลือดูแล และเยียวยารักษาอาการบาดเจ็บแก่ผู้ประสบเหตุทุกรายอย่างเต็มที่ ส่วนการช่วยเหลือของ ขสมก. จะต้องดูอาการผู้บาดเจ็บแต่ละราย และพิจารณา ตามความหนักเบาของอาการ อย่างไรก็ตามตนจะนำเรื่องนี้เข้าหารือกับกรมการขนส่ง ทางบก เพื่อวางมาตรฐานเกี่ยวกับอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยอีกครั้ง ในส่วนของคดีความ ตนมอบให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตร. สอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้ขับขี่   รถยนต์ ฮอนด้า ซีวิค คันดังกล่าวว่ามีใบขับขี่ถูกต้องหรือไม่ สมรรถนะของรถ วุฒิภาวะของผู้ขับขี่ และสถานที่เกิดเหตุด้วย

เสียงดัง“ปั้ง”-ร้องโอดโอย
   
ด้านนายวิศรุต พลสิทธิ์ ให้การว่า ตนพักอยู่ย่านแจ้งวัฒนะและเดินทางไปมา ระหว่างที่พักกับ สวทช. โดยรถปรับอากาศสาย ปอ.9 เป็นประจำ ยกเว้นวันใดที่เลิกงานดึกก็จะใช้บริการรถตู้สายดังกล่าวจาก มธ. มาลงที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส จตุจักร เพื่อ ต่อรถประจำทางกลับที่พัก ก่อนเกิดเหตุตนโดยสารรถตู้คันดังกล่าว โดยนั่งอยู่เบาะกลาง แถวที่ 2 จากเบาะด้านหน้า พอจ่ายค่าโดย สารเสร็จตนก็หลับไปด้วยความอ่อนเพลีย กระทั่งถึงจุดเกิดเหตุได้ยินเสียงดัง “ปั้ง” มาจากด้านซ้ายเยื้องไปทางด้านหลังจากนั้นรถก็หมุนคว้างพร้อมเสียงกรีดร้องของผู้โดย สารจนกระทั่งหยุดนิ่ง ตนลืมตาขึ้นมาพบว่าผู้โดยสารส่วนหนึ่งหายไปจากรถ พร้อมกับเสียงร้องโอดโอยของผู้โดยสารที่เหลือ ตนจึงตะเกียกตะกายออกจากซากรถตู้ แล้วขอยืมโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยโทรฯ กลับไปแจ้งทางบ้าน

โชเฟอร์ซีวิคน้องสาว“ณัฏฐ์”
   
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ไปสอบถาม พระเอกหนุ่มค่ายเอ็กแซ็กท์ “ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา” พี่ชายต่างมารดาของ น.ส. อรชร เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้ขับขี่รถเก๋งฮอนด้า ซีวิค โดยณัฏฐ์กล่าวว่า “ทราบเรื่องตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว อย่างแรกเลยผมรู้สึกเสียใจมาก คงไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ มันเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครตั้งใจ สำหรับผมยังไม่ได้เดินทางไปเยี่ยมน้องเขาเลย เพราะยังติดงานอยู่ อย่างไรก็ตามรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอแสดงความเสียใจกับญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บด้วย เรื่องคดีคงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สำหรับผมกับน้องเขาก็โตมาด้วยกัน ค่อนข้างสนิทกันมาก คืนนี้ตั้งใจจะไปสวดมนต์ที่วัดสระเกศด้วย เพราะเรื่อง ที่เกิดขึ้นครอบครัวช็อกกันหมดเลยครับ”

ขบ.ล้อมคอกรถตู้สาธารณะ
   
ที่กระทรวงคมนาคม นายเทียนโชติ จงพีร์เพียร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยถึงมาตรการการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุกับรถตู้โดยสารที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงนี้ว่า จากการตรวจสอบคนขับรถ ตู้คันเกิดเหตุ มีใบขับขี่รถโดยสารสาธารณะ และสภาพอายุรถตู้ไม่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งในช่วงเดือน ม.ค. 54 กรมฯ จะเรียกเจ้าหน้าที่ในฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาหารือเกี่ยวกับมาตรการด้านความปลอดภัยของการโดยสารรถตู้ประจำทาง เนื่องจากที่ผ่านมาเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้งกับรถตู้โดยสาร  ก่อให้เกิดการสูญเสียชีวิต และทรัพย์สินของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ จากนั้นจะเรียกผู้ประกอบการรถตู้ที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายของกรมฯ มาสัมมนาร่วมกัน เพื่อให้ผู้ประกอบการตระหนักถึงความปลอด ภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตนเองและผู้โดยสารรวมทั้งผู้ใช้รถใช้ถนน เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ออก ก.ม.คาดเบลท์ทุกคน
   
ศ.ดร.พิชัย ธารนีรณานนท์ ประธานคณะทำงานสืบสวนอุบัติเหตุ ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ กล่าวว่ากรณีของรถตู้ที่ถูกชนบนโทลล์เวย์ คนขับรถตู้อาจจะไม่มีอะไรผิดพลาดก็ได้ เพราะถูกชนจากด้านหลัง ทำให้เสียหลักพลิกคว่ำ และหลังคาเปิดออกทำให้คนกระเด็นออกมาจากรถ และเมื่อเข้าไปดูที่ตัวรถ พบว่าภายในรถมีเข็มขัดนิรภัยที่ติดไว้ให้กับผู้โดยสาร แต่กลับไม่มีการรัด ซึ่งหากมีการใช้จะลดความรุนแรงของอุบัติเหตุลงได้ ดังนั้นจึงเห็นว่าควรที่จะมีการออกระเบียบให้ผู้โดยสารรัดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งที่เดินทางเช่นเดียวกับการเดินสารโดยเครื่องบิน ในการประชุมทางกรมการขนส่งทางบกตกลง ว่าจะออกระเบียบบังคับใหม่ ให้รถตู้ทุกคันติดตั้งเข็มขัดนิรภัย และให้ทางตำรวจเป็นผู้บังคับใช้

โหรชี้ดวงเมือง“ดาวมฤตยู”
   
ขณะที่นายภิญโญ พงศ์เจริญ นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ กล่าวทำนายเหตุมีคนตายจำนวนมากจากอุบัติเหตุ ส่งท้าย ปลายปี 2553 ว่า เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2553 เกิดจันทรุปราคา หรือจันทคราส ตรงราศีเมถุน ที่ 5 องศา ปรากฏว่าราศีเมถุนเป็นภพ “สหัช ชะ” หมายถึงการเดินทาง การคมนาคม และยังมีดาวในดวงเมือง คือ “ดาวมฤตยู แนวของคราสที่เกิดพาดผ่านแนวมฤตยู ตรงราศีเมถุน เล็งพฤหัส กับดาวเสาร์ ในราศี ธนู หมายถึงเรือนศุภะ การเดินทางไกล ดาวมฤตยูและดาวเสาร์เป็นดาวบาปเคราะห์ในห้วงเวลาใกล้เคียงกัน ดังนั้นตามตำราโหราศาสตร์ทำนายว่าหลังวันที่ 21 ธ.ค.ซึ่งเป็นช่วงเกิดคราส ดาวอังคาร หมายถึงความโทสะจริต ความหุนหัน บ้าบิ่น ความไม่ยับ ยั้งชั่งใจ ควบคุมสติไม่ได้ และชอบชนะ จะกุมกับดาวอาทิตย์และดาวราหู หมายถึง ความโมหะจริต ทำให้เกิดความมัว ไม่เห็น เมาครองสติไม่ได้ เซ เดินไม่ตรง รวมถึงความประมาท ตรงราศีธนู ซึ่งเป็นภพศุภะ ดาวอังคารจะกุมดาวอาทิตย์และดาวราหูไปจนถึงวันที่ 7 มกราคม 2554 จากนั้นจะย้ายจากราศีเมถุนเข้าสู่ราศีมังกร ความรุนแรงที่ เกิดจากอุบัติเหตุจะลดลง และจะส่งผลไปยังเรื่องอื่น ๆ ด้วย”

ซิ่งกระบะหลับในตาย7ศพ
   
อุบัติเหตุอีกรายเกิดขึ้นเมื่อเวลา 05.30 น. วันเดียวกัน ร.ต.ท.คเชนทร์ บุญทวี ร้อยเวร สน.แสมดำ รับแจ้งอุบัติเหตุรถกระบะชนตอม่อสะพานลอยคนข้าม มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก บริเวณปากซอยพระรามที่ 2 ที่ 82 ถนนพระรามที่ 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน ไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ. สุนทร อัมพรายน์ ผกก.สน.แสมดำ แพทย์ นิติเวช รพ.ศิริราช และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ โตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ 2 ประตู ติดหลังคาไฟเบอร์ที่กระบะท้าย ทะเบียน ตช 1418 กรุงเทพมหานคร สภาพพังยับเยิน พบร่างผู้เสียชีวิตถูกอัดติดคาซากรถ 5 ศพ หน่วยกู้ภัยต้องใช้เครื่องตัดถ่างนำผู้เสียชีวิตทั้งหมดออกมา ทราบชื่อนายภูมิกิตติ จารุธนนนท์ อายุ 39 ปี อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏลพบุรี คนขับ นางธัญภัส จารุธนนนท์ อายุ 41 ปี ภรรยานายภูมิกิตติ น.ส.พิชยา จารุธนนนท์ อายุ 20 ปี บุตรสาว น.ส.กัญญารัตน์ บุญตั้ง อายุ 20 ปี และนายธนยศ ขุนนัดเชียร อายุ 24 ปี ส่วนผู้บาดเจ็บ 2 ราย ถูกนำส่งโรงพยาบาลไปก่อนหน้า คือนายเอกสิทธิ์ ขุนนัดเชียร อายุ 24 ปี และ น.ส.ชลิดา เณรอิน อายุ 30 ปี แต่ทั้งคู่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา
   
ร.ต.ท.คเชนทร์ เปิดเผยว่าจากการสอบสวนทราบว่า กลุ่มผู้ตายทั้งหมดเป็นชาว จ.นครศรีธรรมราช เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปงานศพญาติที่ อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรม ราช ตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค. และอยู่ช่วยงานจนถึงวันฌาปนกิจในวันที่ 27 ธ.ค. หลังเสร็จงานได้ขับรถกลับบ้านย่านดอนเมืองทัน ทีโดยไม่ได้พักผ่อน เชื่อว่าคนขับน่าจะเกิดการหลับใน อีกทั้งยังได้ขับรถเพียงคนเดียวมาตลอดทางไม่มีใครมาเปลี่ยน จนเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันขึ้น และจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ไม่พบร่องรอยการเบรกแต่อย่างใด จึงส่งศพไปชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดที่นิติเวช รพ.ศิริราช ต่อไป.
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
วิงวอน.
ระดับ 4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 375


Re: ข่าวตำรวจประจำวันนี้ รายงานโดย"วิงวอน"
« ตอบ #192 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2010, 06:20:53 »


วันที่ 30 ธันวาคม 2553

คมชัดลึก > บทความ > อินไซด์ตำรวจ
อินไซต์ตำรวจ


คมชัดลึก :**อีกไม่กี่วันก็ย่างเข้าสู่ปีกระต่าย 2554 แวดวงตำรวจยังคงทำงานหนักเหมือนเดิม เป็นกำลังใจให้ตำรวจที่ทุ่มเททำงาน รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็มีนโยบายสนับสนุนสำนักงานตำรวจแห่งชาติเต็มที่

**ยังสนองนโยบายรัฐบาลต่อเนื่อง พล.ต.ต.สมชาย พัชรอินโต ผบก.น.5 สั่งระดมจู่โจมตรวจค้นชุมชนคลองเตย จับคนเสพ ผู้ค้า ได้ของกลางยาเสพติดไม่มาก

**สยองส่งท้ายปี รถตู้โดยสารถูกเก๋งอัดกระเด็นบนทางด่วนโทลล์เวย์ ตาย 8 ศพ บางรายลอยมาติดอยู่คาบนสะพานลอย สุดอนาจ ไม่รู้กฎหมายความเร็วยังมีอยู่หรือเปล่า ลองถาม พล.ต.ต.อุทัยวรรณ แก้วสอาด ผบก.จร. เพราะทุกวันนี้บนทางด่วนคือ ที่ประลองความเร็วของคนรวยและรถซิ่ง

 **นั่งรักษาการ ผกก.สภ.หนองม่วง จ.ลพบุรี พ.ต.อ.วิชัย บุญส่ง ต้องมานั่งระวังครอบครัวน้องโตมี่ด้วย หลังจากเร่งสางปัญหาเด็กสาวชาวลาวถูกหลอกมาขายตัว แต่มีกรณียาเสพติดมาพ่วงเข้าอีก

 **พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผบก.ภ.จว.ยะลา ลงพื้นที่ อ.เบตง ชมกองกำลังภาคประชาชนที่มีความเข้มแข็งจนพื้นที่ไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรง แถมสั่งการให้พื้นที่จัดทำโครงการ

 "หน้าบ้าน ภาพสวย"เป็นพื้นที่นำร่องโดยให้ประชาชนถ่ายภาพรถทุกชนิดที่มาจอดหน้าบ้านเพราะอาศัยภาพจากกล้องวงจรปิดอย่างเดียวตามคนร้ายยาก **เข้าปีกระต่าย 2554 ก็ขอให้ท่านผู้อ่านประสบแต่ความสุข ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ เที่ยวที่ไหนก็ระวังไว้ด้วย เมาอย่าขับรถ จะได้กลับบ้านโดยสวัสดิภาพ โชคดีปีใหม่ครับ**
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
วิงวอน.
ระดับ 4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 375


Re: ข่าวตำรวจประจำวันนี้ รายงานโดย"วิงวอน"
« ตอบ #193 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2010, 06:27:20 »


วันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7336 ข่าวสดรายวัน


เปิดข่าวแปลก-พิสดารในรอบปี 53


1.อิจฉาคนมีแฟน-ไล่แทง

ตำรวจปากน้ำรวบรปภ.มือมีดโรคจิตจ้วงแทงเฉพาะผู้ชายที่เดินมากับแฟนสาว มาได้เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 29 ก.ย. พล.ต.ต.ชิษณุพงศ์ ยุกตะทัต ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ ผกก.สภ.สำโรงเหนือ ร่วมแถลงผลการจับกุมตัวนายวีระชัย หรือ เต่า อัศวรัตนภักดี อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80/2 ตรอกสองพระแขวงมหาพฤฒาราม เขตบางรัก กทม. เป็นรปภ. บริษัท พีเคที ซีเคียวริตี้การ์ด จำกัด ก่อเหตุใช้มีดปลายแหลมไล่แทงชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 10 ราย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ก่อเหตุมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 24-28 ก.ย. ได้ก่อเหตุในพื้นที่ สำโรงใต้ พระประแดง กระทั่งไปใช้มีดแทงเข้าปักกลางหลังนายมานิต ทัศนะ พนักงานโรงพิมพ์แห่งหนึ่งย่านสำโรงจนเลือดพุ่งกระฉูด และถูกรวบมาได้ รปภ.สารภาพอย่างไม่สะทกสะท้าน รับไล่แทงชาวบ้านมาแล้วหลายราย เลือกลงมือกับเหยื่อที่เป็นชายหนุ่มที่เดินมากับแฟนสาว หรือยืนอยู่ใกล้หญิงสาว เป็นเพราะอิจฉาที่ไม่มีแฟนจึงลงมือแทงเพื่อระบายแค้น



2.วางเพลิงเผาร.ร.ขอหยุด

ประเดิมคดีพิสดารเรื่องแรก เป็นเหตุนักเรียนเครียดไม่อยากเรียนหนังสือลอบวางเพลิงเผาโรงเรียน เกิดขึ้นเมื่อเวลา 02.50 น.วันที่ 6 มิ.ย. พ.ต.ท.เชษฐ์ สังข์ศรีแก้ว สวส.สภ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ หมู่ 2 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จึงประสานรถดับเพลิงรุดตรวจสอบ ที่ชั้น 2 อาคารมหิดลวิทยานุสรณ์ 2 พบเพลิงกำลังโหมลุกไหม้ก่อนจะลามไปถึงชั้น 4 เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันระดมฉีดน้ำสกัดเป็นเวลานานกว่า 1 ช.ม. จึงควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัด

จากนั้นเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุนั้นเป็นอาคาร 7 ชั้น บริเวณชั้น 1 และชั้น 2 เป็นห้องสมุดโรงเรียน และเป็นสถานที่ที่นักเรียนทั้งหมดใช้เป็นแหล่งค้นคว้าหาข้อมูล ในสภาพถูกเพลิงเผาไหม้ทั้งหมด หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้จับกุมนายต่าย(นามสมมติ) อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นม.5 ขณะปีนรั้วออกมาด้วยท่าทีมีพิรุธและศีรษะมีรอยถูกไฟไหม้ สอบสวนรับสารภาพเครียดเกรดตกและคิดถึงบ้าน ไม่ได้ตั้งใจให้ไฟไหม้ใหญ่โตขนาดนี้ อยากให้ไฟไหม้เล็กน้อยจนทางโรงเรียนต้องประกาศหยุดเรียนชั่วคราว
 




3.ผีสาวเฮี้ยนชี้จุดผัวฆ่าฝังดิน

ตะลึงผีสาวสุดเฮี้ยน เข้าฝันชี้จุดถูกผัวฆ่าฝังดิน เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 ต.ค. พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ พูลเผ่าดำรงค์ สภ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ควบคุมตัวนายเสนี ทองดี อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4 หมู่ 12 อ.พรหมพิราม ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพฆ่า นางราตรี ทองดี อายุ 21 ปี ภรรยาตัวเอง โดยนำศพไปฝังดินไว้ที่หลังบ้านพักนานถึง 4 เดือน ทั้งนี้ก่อนถูกจับในคดีฆาตกรรมนายเสนีถูกจับในคดีลักทรัพย์อยู่ก่อนแล้ว โดยอยู่ระหว่างคุมขังในเรือนจำ เจ้าตัวยอมสารภาพได้ฆ่าภรรยาตัวเองได้นำศพไปฝังดินที่ใต้ต้นมะม่วงหลังบ้านมานานกว่า 3 เดือน คดีนี้สืบเนื่องจากนางราตรีได้เข้าฝันนางสมจิตร จิตรประจักษ์ มารดาติดต่อกันถึง 2 คืน บอกว่าถูกฆ่าตายเป็นศพถูกฝังดินอยู่หลังบ้าน เลยไปขุดจนเจอโครงกระดูก ส่วนสาเหตุมาจากความหึงหวงที่สามีเห็นแอบคุยกับชายอื่นจึงฆ่าแล้วฝังไว้หลังบ้าน



4.สุดแค้นโจรยกเค้าหมดบ้าน

ข้าราชการสาวสุดแค้นถูกโจรยกเค้าถึง 4 ครั้ง เกิดขึ้นเมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 14 ส.ค. นางสุวรีย์ ท่าผา อายุ 43 ปี อาชีพรับราชการเจ้าหน้าที่ศาลยุติธรรมชำนาญงาน ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ อยู่บ้านเลขที่ 111/2 หมู่ 11 ต.มาบแค อ.เมืองนครปฐม ร้องเรียนต่อสื่อมวลชนถูกโจรบุกยกเค้าในบ้าน รื้อข้าวของกระจัดกระจาย นำทรัพย์สินไปจนหมดแม้กระทั่งประตูบ้าน เหล็กดัด ที่นอน ชุดรับแขกไม้สักยังขนไปเกลี้ยง แม้จะมีรั้วรอบขอบชิดยังไม่วาย

นางสุวรีย์ กล่าวอย่างสุดแค้นว่า แม้แต่ของในห้องครัวทั้งเตาแก๊ส ตู้เย็น ประตูหายไป ทั้งที่เหนือกำแพงขึงลวดหนามไว้ 2 แถว ยังถูกตัดขาดเป็นรอยโหว่ขนาด 2 เมตร ซึ่งตนรับราชการอยู่กรุงเทพฯ ส่วนสามีได้จากไปประมาณ 10 ปีและทุกๆ 2 อาทิตย์ถึงจะกลับมาดูบ้านครั้งหนึ่ง แต่เมื่อกลับมาทีไรต้องพบกับสภาพบ้านที่ถูกคนร้ายบุกยกเค้าไปเกลี้ยงไม่เหลือ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 แล้วที่คนร้ายเข้ามายกเค้า เคยไปแจ้งความที่สภ.ควายเผือกตำรวจกลับบอกช่วยไม่ได้



-ด.ญ.ดูละครผูกคอตายตาม

สุดสลดเด็กหญิงรู้เท่าไม่ถึงการณ์ผูกคอฆ่าตัวตายเลียนแบบละครดัง"ไทรโศก" เกิดขึ้นเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 2 ก.ค. ร.ต.อ.จักรกฤช แสงพวง ร้อยเวร สภ.เมืองนครสวรรค์ รับแจ้งเหตุจากนายประจักษ์ เขม้นกิจ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ตำบลวังเมือง อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ว่า ด.ญ.เอ (นามสมมติ) วัย 6 ขวบ นักเรียนอนุบาล 2 โรงเรียนแห่งหนึ่งในอ.ลาดยาว ผูกคอตายกับต้นไม้หน้าบ้าน จึงเข้าตรวจสอบพบด.ช.บี (นามสมมติ) วัย 6 ขวบน้องชายฝาแฝดได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนและพี่สาวชวนกันมาเล่นใต้ต้นไม้หน้าบ้าน ระหว่างนั่งเล่นดินทรายอยู่ด้วยกัน พี่สาวบอกว่าเห็นละครโทรทัศน์เรื่อง "ไทรโศก" มีการแสดงท่าผูกคอตาย จึงบอกว่า"จะแสดงผูกคอตายให้ดู"


จากนั้นไปนำเก้าอี้มายืน ผูกเชือกกับต้นไม้ เมื่อผูกเชือกเสร็จ พี่สาวสั่งให้เอาเก้าอี้ออก พอดึงเก้าอี้ออก เห็นพี่สาวคอห้อยร่องแร่งกับเชือก จึงวิ่งไปตามยายมาช่วยพาส่งโรงพยาบาลและได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่ "ป้าแจ๋ว" นายยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์ ผู้กำกับการแสดงละครไทรโศก กล่าวรู้สึกตกใจกับข่าวเด็กหญิงฆ่าตัวตาย เพราะไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นได้ เนื่องจากในละครยังไม่ได้ถึงขั้นผูกคอตาย



5.โรคจิตฉกกกน.หมื่นตัว

จับได้คาหนังคาเขาจยย.รับจ้างโรคจิตขณะสอยฉกชุดชั้นในผู้หญิงตามหอพัก เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 26 ก.ย. พ.ต.ท.สมพล วงศ์ศรีสุนทร รองผกก.ป. สภ.เมืองสมุทรปราการ รับแจ้งจาก นายชูชาติ ดุลยประภัสสร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ให้มารับตัวคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์ชุดชั้นในสตรี ขณะกำลังใช้ไม้สอยชุดชั้นในสตรีที่อยู่ชั้น 2 ของหอพักแห่งหนึ่งภายในซอยตรากบ ต.ท้ายบ้านใหม่ ทราบชื่อ นายภานุ พลอยสุวรรณ อายุ 46 ปี ค้นตามตัวพบชุดชั้นในสตรีกว่า 10 ตัว ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อและกระเป๋ากางเกง จากนั้นได้เข้าค้นห้องพักถึงกับตะลึง เมื่อพบชุดชั้นในสตรีจำนวนกว่าหมื่นตัวเต็มห้อง ทั้งบนพื้นและแขวนเรียงรายเต็มผนัง สารภาพมีอาชีพขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างอยู่ที่วินวัดราษฎร์โพธิ์ทอง หมายเลข 43 โดยได้ตระเวนหาเหยื่อเลือกห้องที่เจ้าของเป็นคนสวยๆ หมายตาไว้แล้วจึงมาลอบขโมยชุดชั้นนำไปสำเร็จความใคร่ ตำรวจจึงนำตัวส่งดำนินคดีในข้อหา ลักทรัพย์ผู้อื่นในเวลากลางคืนต่อไป



6.หนูน้อย10ขวบช่วยจับโจร

4 หนูน้อยฮีโร่ช่วยจับโจรขณะย่องขโมยรถจักรยานเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 11 ก.ค. ร.ต.อ.สมพล ยุทยา รอง สว.สส.สภ. บางละมุง จ.ชลบุรี รับแจ้งมีชาวบ้านได้จับคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์ไว้ได้ภายในซอย 13 ถนนพัทยา-นาเกลือ หมู่ 5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงรุดไปตรวจสอบ พบชาวบ้านจำนวนหนึ่งกำลังยืนรายล้อม 2 คนร้าย คือ นายนัทที สุขเฉลิม อายุ 29 ปี ชาวอ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ กับนายประทวน เกษตะวงษ์ อายุ 28 ปี ชาว จ.เพชรบุรี พร้อมรถจักรยานและเครื่องมือช่างที่ใช้ในการก่อสร้างอีกจำนวนหนึ่ง สอบสวนทราบว่าทั้งสองตกงานมาหลายเดือน ทำให้ไม่มีเงินใช้ จึงพากันตระเวนขโมยของไปขาย กระทั่งไปเจอรถจักรยานจอดอยู่หน้าปากซอย จึงขโมยแล้วปั่นเข้ามาในซอย จากนั้นได้แอบเข้าไปขโมยเครื่องมือช่างในแคมป์คนงานก่อสร้าง กระทั่งมีด.ช.วัย 10 ขวบ 4 คนเล่นซ่อนหากันเห็นเข้า ได้ตะโกนร้องไล่คนร้ายจนชาวบ้านได้ยินช่วยกันล้อมจับไว้ได้



7.โรคจิตสาดกรดหมากรุงเก่า

หนุ่มโรคจิตไม่ชอบสุนัขไล่สาดน้ำกรดได้รับบาดเจ็บหลายตัว เปิดผยขึ้นเมื่อวันที่ 21 ส.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านบนเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา เกิดเหตุการณ์คนนำน้ำกรดไล่สาดสุนัขจนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณซอยหลังอาคารพาณิชย์ ริมถนนสายป่ามะพร้าว หมู่ 8 ต.หัวรอ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา จึงรุดตรวจสอบพบนายกิตติธัณย์ ธนามีโพธิ์สม เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวพริกกะเหรี่ยง กำลังดูบาดแผลของสุนัขพันธุ์ไทย-ดัมเมเชี่ยน เพศผู้ สีขาว ชื่อเกาหลา อายุประมาณ 2 ปี มีแผลฉกรรจ์ โดยเฉพาะบริเวณท้องและขาหลังเป็นที่เวทนายิ่งนัก

เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวพริกกะหรี่ยง เผยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ยินเจ้าเกาหลาร้องโหยหวนวิ่งเข้ามาในร้าน ในสภาพเนื้อตัวเปียกและมีบาดแผลจนผิวหนังลอกหลุดออก จึงนำส่งสัตวแพทย์ทำการรักษาโดยยืนยันว่าบาดแผลดังกล่าวเกิดจากถูกน้ำกรดกัด ส่วนคนที่ก่อเหตุ เป็นผู้ชายขับรถจักรยานยนต์ มีขวดน้ำกรดพันด้วยผ้าสีขาวอยู่ในมือ เมื่อเจอสุนัขที่ไหนจะสาดใส่ทันที น่าจะเป็นพวกโรคจิตที่กล้าทำกับสุนัข นอกจากนี้พบว่ามีสุนัขอีกหลายตัวถูกสาดน้ำกรดเช่นกัน

หน้า 2
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
วิงวอน.
ระดับ 4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 375


Re: ข่าวตำรวจประจำวันนี้ รายงานโดย"วิงวอน"
« ตอบ #194 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2010, 06:34:53 »


วันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7336 ข่าวสดรายวัน


10 ข่าวใหญ่แห่งปี 2553



1.ปราบม็อบเสื้อแดง

ข่าวแห่งปี 2553 ไม่มีข่าวใดใหญ่ไปกว่าข่าวการชุมนุมของคนเสื้อแดง แล้วถูกเจ้าหน้าที่เข้าสลายจนมีผู้เสียชีวิตกว่า 90 ศพ บาดเจ็บอีก 2 พันกว่าคน

ขนาดไทม์ นิตยสารยักษ์ใหญ่ระดับโลก ยังยกเป็น 1 ใน 10 ข่าวแห่งปี

การชุมนุมของคนเสื้อแดง ในนามกลุ่มนปช. เริ่มขึ้นช่วงกลางเดือนมี.ค. มวลชนจากทั่วประเทศมาชุมนุมใหญ่ที่สะพานผ่านฟ้า ถ.ราชดำเนิน ด้วยเงื่อนไขขับไล่อำมาตย์ และให้ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ กลายเป็นม็อบใหญ่กดดันรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และผู้ที่อยู่เบื้องหลังอย่างทรงพลัง

คนเสื้อแดงเพิ่มมาตรการกดดันด้วยการแยกม็อบ ไปชุมนุมที่แยกราชประสงค์ ศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ ตั้ง 2 เวทีพร้อมๆ กัน รัฐบาลต้องประกาศใช้ พ.ร.บ.ฉุกเฉินวันที่ 10 เม.ย. ศอฉ.ปฏิบัติการ 'ขอพื้นที่คืน' บริเวณถ.ราชดำเนิน เกิดปะทะกันที่แยกคอกวัว ผู้ชุมนุมถูกยิงด้วยอาวุธสงครามเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก รวมทั้ง นายฮิโรยูกิ มูราโมโตะ ช่างภาพรอยเตอร์ชาวญี่ปุ่น ขณะที่ฝ่ายศอฉ.สูญเสียนายทหารระดับพ.อ. และกำลังพลจำนวนหนึ่ง แต่ก่อนสถานการณ์จะเลวร้ายหนักทั้ง 2 ฝ่ายยอมเจรจายุติการเผชิญหน้า

ผ่านเหตุการณ์ 10 เม.ย. รัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงทั้งในและนอกประเทศ คนเสื้อแดงเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกวัน โดยสลายม็อบที่ราชดำเนินไปรวมเป็นหนึ่งเดียวที่ราชประสงค์ ระหว่างนั้นฝ่ายรัฐบาลและแกนนำนปช.เจรจากันเป็นระยะๆ มีแนวโน้มในทางที่ดี แต่แล้ววันที่ 19 พ.ค. ศอฉ.ก็ส่งกำลังเข้าปฏิบัติการ 'กระชับพื้นที่' ราชประสงค์ ใช้อาวุธหนัก ทั้งรถหุ้มเกราะ อาวุธสงคราม และสไนเปอร์ มีผู้ชุมนุมเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก รวมกับเหตุการณ์ 10 เม.ย.แล้วมากถึงกว่า 90 ศพ บาดเจ็บอีกกว่า 2 พันคน รวมทั้งนายฟาบิโอ โปเลงกี นักข่าวชาวอิตาลี และอาสาพยาบาล หน่วยกู้ชีพอีก 6 ศพในเขตอภัยทาน วัดปทุมวนาราม สุดท้ายเพื่อไม่ให้มวลชนต้องสูญเสียไปมากกว่านี้ แกนนำยอมยุติการชุมนุมเข้ามอบตัว แต่ถูกดำเนินคดีข้อหาก่อการร้าย ถูกจับเข้าเรือนจำจนถึงทุกวันนี้ และยังมีผู้ชุมนุม ผู้บริสุทธิ์อีกจำนวนมากในหลายจังหวัดถูกจับกุม ไล่ล่า เล่นงาน เป็นประเด็นปัญหารุนแรงยืดเยื้อมาถึงปัจจุบัน

การปราบคนเสื้อแดงกลายเป็นตราบาปของนายอภิสิทธิ์ ในฐานะผู้รับผิดชอบสูงสุดยากที่จะลบเลือนได้



2.คดีอุ้มฆ่านักธุรกิจซาอุฯ

ความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบียกลับมาเป็นประเด็นใหญ่อีกครั้ง เมื่อต้นเดือนม.ค. 2553 กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ สั่งฟ้องพล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภาค 5 และพวกรวม 5 คน คดีร่วมกันฆ่านายโมฮัมเหม็ด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจเชื้อพระวงศ์ซาอุฯ ที่หายตัวไปนานเกือบ 20 ปี ก่อนคดีหมดอายุความเพียง 1 เดือน แม้พล.ต.ท.สมคิดจะตกเป็นผู้ต้องหาคดีร้ายแรงเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ก.ตร.กลับแต่งตั้งพล.ต.ท.สมคิด ขึ้นเป็นผู้ช่วยผบ.ตร. ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์มีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับผู้มีอำนาจในรัฐบาล จนทางการซาอุฯ แสดงความไม่พอใจ นายนาบิล เอช อัชรี อุปทูตประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์ รวมทั้งเข้าพบนายกฯ รองนายกฯ ผบ.ตร. และกมธ.ในสภา แต่ไม่มีความคืบหน้าและจริงใจจากรัฐบาลไทย กระทั่งทางการซาอุฯ ขู่ไม่ออกวีซ่าให้ชาวไทยมุสลิมไปแสวงบุญที่เมกกะ รัฐบาลไทยถึงรีบกระตือรือร้น

สุดท้ายทางออกคือให้พล.ต.ท.สมคิดแถลงไม่ขอรับตำแหน่งผู้ช่วยผบ.ตร. สถานการณ์ต่างๆ จึงดีขึ้น ซาอุฯ ยอมออกวีซ่าให้คนไทย



3.แต่งตั้งผบ.ตร.

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ในฐานะประธานก.ต.ช. ไม่สามารถแต่งตั้งผบ.ตร.คนใหม่ได้ หลังจากเล่นงานจน พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ พ้นจากตำแหน่ง เมื่อเสนอชื่อ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ ต่อที่ประชุม ก.ต.ช.ถึง 2 ครั้ง แต่ไม่สำเร็จ เนื่อง จาก ก.ต.ช. ส่วนใหญ่ต้องการให้ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รองผบ.ตร. ที่เหมาะสมกว่าทั้งความรู้ ความสามารถ ความยอมรับในองค์กร และยังมีสัญญาณพิเศษ ให้ขึ้นเป็นผบ.ตร.คนใหม่
 


นายอภิสิทธิ์เหมือนถูกหักหน้า จึงใช้วิธีแต่งตั้งพล.ต.อ.ปทีปเป็นรักษาการผบ.ตร. โดยไม่สนเสียงส่วนใหญ่ของ ก.ต.ช. และสัญญาณพิเศษ ปล่อยองค์กรสำคัญอย่างตำรวจไร้หัวนานเกือบปี เกิดปัญหาการบริหารงานต่างๆมากมาย วันที่ 9 ส.ค.นายอภิสิทธิ์ตัดสินใจประชุมก.ต.ช.แต่งตั้งพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี รองผบ.ตร. อาวุโสอันดับ 1 ขึ้นเป็นผบ.ตร.คนใหม่ โดยไม่รอให้พล.ต.อ.ปทีป นั่งรักษาราชการผบ.ตร.ไปจนถึงเกษียณอายุในเดือนก.ย. เพื่อแก้ปัญหาที่สะสมหมักหมม

องค์กรตำรวจมีผู้นำตัวจริงมาขับเคลื่อนอย่างถูกทิศถูกทางอีกครั้ง



4.ฟุตบอลโลก

มหกรรมกีฬาที่มีชาวติดตามมากที่สุดฟุตบอลโลก ระเบิดแข้งครั้งที่ 19 ที่ประเทศแอฟริกาใต้ ระหว่างวันที่ 11 มิ.ย.ถึง 11 ก.ค. ถือเป็นครั้งแรกที่ฟุตบอลโลกจัดขึ้นในดินแดนกาฬทวีป มี 32 ชาติตัวแทนทวีปต่างๆ เข้าร่วม

เวิลด์คัพ แอฟริกาใต้ มีตัวเก็งหลายทีม อาทิ บราซิล ดีกรีแชมป์ 5 สมัย, อาร์เจนตินา อดีตแชมป์ 2 สมัย, อิตาลี แชมป์เก่าและแชมป์ 4 สมัย, เยอรมัน แชมป์ 3 สมัย, อังกฤษ ทีมขวัญใจคนดู แชมป์ 1 สมัย และสเปน แชมป์ยุโรปล่าสุด

ทั้ง 32 ทีมโม่แข้งกันจนได้คู่ชิงชนะเลิศ ระหว่างทีมกระทิงดุ สเปน กับทีมจากแดนกังหัน ฮอลแลนด์ 2 ทีมตัวแทนทวีปยุโรป การแข่งขันเป็นไปอย่างสนุกตลอดเกม ก่อนอันเดรส อิเนียสต้า กองกลางจากบาร์เซโลน่า จะยิงประตูชัย นาที 116 ของช่วงต่อเวลาพิเศษ พาสเปนครองแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งแรกอย่างยิ่งใหญ่ ขณะที่แอฟริกาใต้ก็ประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพ



5.แอนนี่กับฟิล์ม

เกิดข่าวใหญ่เรียกเสียงฮือฮาจากคนทั้งประเทศรับเดือนก.ย. เมื่อ แอนนี่ บรู๊ค นักแสดงสาวลูกครึ่งไทย-สวิส อุ้มลูกชายหน้าตาน่ารัก วัย 3 เดือน ออกมาประกาศว่าเป็นลูกของ 'ฟิล์ม'รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ซูเปอร์สตาร์วงการบันเทิง ค่ายอาร์เอส โดยอ้างความสัมพันธ์เกิดขึ้นระหว่างเล่นละครเรื่อง 'ปีศาจแสนกล' ด้วยกัน ซึ่งซูเปอร์สตาร์หนุ่มและครอบครัวรับรู้ ยอมรับเด็กทารกที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไข เพราะมาเยี่ยมหลังคลอด และส่งเงินช่วยเหลือเลี้ยงดูจำนวนหนึ่ง

ขณะที่ฝ่ายซูเปอร์สตาร์หนุ่มออกแถลงยอมรับความสัมพันธ์ แต่ต้องการตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ความเป็นพ่อลูก โดยมี 'เฮียฮ้อ'สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ผู้บริหารอาร์เอส และคนในวงการที่ใกล้ชิดออกโรงสนับสนุน พร้อมกับตั้งคำถามและประเด็นย้อนกลับไปยังฝ่ายหญิง ขณะที่ แอนนี่ บรู๊ค ยืนยันไม่ตรวจ เพราะไม่ได้ต้องการให้ฟิล์มรับหรือไม่รับเป็นพ่อของลูกอยู่แล้ว ขอเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง เรียกความสงสารและเห็นใจจากสังคมได้อย่างล้นหลาม ถึงขนาดรัฐมนตรีและองค์กรผู้หญิงต้องเข้ามาช่วยเหลือปกป้อง ทั้งเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ และทางกฎหมาย โดยฟ้องร้องบุคคลที่หมิ่นประมาทให้เสียหาย

ขณะที่ฟิล์มต้องเก็บตัวเงียบหลังถูกกระแสสังคมเล่นงาน กระทั่งตัดสินใจบวชพระเพื่อชำระจิตใจ เริ่มต้นชีวิตใหม่



6.น้ำท่วมใหญ่

ประเทศไทยเกิดน้ำท่วมใหญ่หนักที่สุดในรอบหลายสิบปี เนื่องจากมีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน วันที่ 10 ต.ค.น้ำไหลบ่าทะลักเข้าท่วมนครราชสีมา และจังหวัดใกล้เคียงระดับน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จากนั้นน้ำท่วมก็ขยายพื้นที่ไปยังจังหวัดต่างๆเกือบทั่วประเทศ นอกจากน้ำท่วมจะมี ระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็วแล้ว ยังท่วมขังยาวนาน อุทกภัยครั้งนี้หลายจังหวัดรุนแรงที่สุดในรอบ 50 ถึง 100 ปี สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างประเมินค่าไม่ได้ รัฐบาลโดยเฉพาะ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ถูก วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วง เนื่องจากช่วยเหลือประชาชนล่าช้า และไม่เป็นผู้นำการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง สู้ภาคเอกชนที่เข้าถึงพื้นที่ได้รวดเร็วและทำงานเป็นระบบกว่าไม่ได้

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) กระทรวงมหาดไทย สรุปสถานการณ์มีพื้นที่ประสบภัย รวม 51 จังหวัด 550 อำเภอ 3,894 ตำบล 31,870 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 2,526,346 ครัวเรือน 8,667,192 คน มีผู้เสียชีวิต 233 ราย



7.สุสานทารกทำแท้ง

ประเทศไทยกลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจพบซากทารกจากการทำแท้งในช่องเก็บศพวัดไผ่เงินโชตนาราม ย่านบางคอแหลม กทม. หลายร้อยศพ เมื่อวันที่ 16 พ.ย. ต่อมาขยายผลพบเพิ่มเติมอีกรวมแล้วมากถึง 2,002 ศพ ตำรวจจับกุม นายสุเทพ ชะบางบอน นายสุชิน ภูมี สัปเหร่อและผู้ช่วย สอบสวนรับสารภาพว่า ซากทารกทั้งหมดรับมาจากคลินิกทำแท้งเถื่อนเพื่อเตรียมเผาทำลาย จากนั้นตำรวจติดตามจับกุม น.ส.ลัญฉกร จันทมนัส อายุ 33 ปี ที่คลินิกทำแท้งเถื่อนย่านหนองแขม สอบสวนรับสารภาพว่ารับทำ แท้งเถื่อน ราคา 5 พันถึง 3 หมื่นบาท นอกจากนี้ยังเป็นคนไปรับซากทารกตามคลินิกทำแท้งต่างๆ ย่านรังสิต มีนบุรี และ ฝั่งธนบุรี ทำมาแล้ว 5-6 ปี โดยนำไปส่งสัปเหร่อวัดไผ่เงิน ได้รับค่าจ้าง 500 บาท แบ่งให้สัปเหร่อ 100 บาท น.ส. สัญฉกรยังอ้างด้วยว่า มีดาราสาวชื่อดัง 2-3 คนเคยทำแท้ง กระทั่งดาราสาวที่ถูกพาดพิงต้องออกมาชี้แจงตอบโต้กลายเป็นข่าวครึก โครม

กรณีพบสุสานซากทารก 2,002 ศพในวัดครั้งนี้ สร้างความสะเทือนใจแก่สังคมไทยอย่างมาก เพราะได้ชื่อเป็นเมืองพุทธ กลายเป็นกรณีปัญหาที่ทุกวงการตื่นตัวขยับขับเคลื่อนเพื่อหาทางแก้ไขและป้องกัน โดยเฉพาะเรื่องการทำแท้ง การจัดระเบียบวัดและสัปเหร่อ



8.วิกเตอร์ บูท

วิกเตอร์ บูท นักธุรกิจชาวรัสเซีย ถูกตำรวจไทยร่วมกับเจ้าหน้าที่สหรัฐอเมริกา บุกจับกุมที่ห้องอาหารหรู ชั้น 27 โรงแรมใหญ่ย่านสีลม เมื่อเย็นวันที่ 6 มี.ค. 2551 ข้อหาก่อการร้าย ตามหมายจับศาลอาญา ขณะที่อัยการสหรัฐยื่นฟ้องต่อศาลนิวยอร์ก ภายหลังบูทถูกจับ ระบุว่า บูทเป็นพ่อค้าอาวุธข้ามชาติรายใหญ่ ศาลชั้นต้นยกคำร้อง ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ส่งตัวบูทกลับไปดำเนินคดีที่สหรัฐ

ทางการสหรัฐประสานทางการไทยให้ส่งตัวบูทเป็นผู้ร้ายข้ามแดน แต่ฝ่ายไทยยังไม่ตัดสินใจเนื่องจากเกรงเกิดปัญหากับรัสเซีย ซึ่งยืนยันความบริสุทธิ์ของพลเมืองรายนี้มาตลอด กระทั่ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ผู้มีนโยบายไล่ล่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ หลังปราบม็อบเสื้อแดงเดือนพ.ค. ก็มีข่าว นายศิริโชค โสภา เลขานุการส่วนตัวนายกฯ เจ้าของฉายาวอลเปเปอร์ เข้าไปพบบูทในเรือนจำด้วยวิธีพิเศษ มีการพูดคุยเพื่อให้เชื่อมโยงไปถึงตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต นายศิริโชคทำได้เพียงชี้แจงแบบแบ่งรับแบ่งสู้ ขณะเดียวกันสหรัฐส่งเครื่องบินมาจอดรอรับตัวบูทที่บน. 6 สร้างความไม่พอใจให้กับฝ่ายรัสเซียอย่างมาก ท่ามกลางการจับตาของชาวไทยและชาวโลก ครม.อนุมัติส่งตัวบูทเป็นผู้ย้ายข้ามแดนไปสหรัฐ วันที่ 16 พ.ย.ตำรวจคอมมานโดคุมตัวไปขึ้นเครื่องบินของสหรัฐเดินทางสู่นิวยอร์ก

กรณีบูทไม่จบลงแค่นั้น เมื่อวิกิลีกส์ เว็บไซต์จอมแฉชื่อดัง เปิดข้อมูลลับระบุเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทยล็อบบี้นายอภิสิทธิ์ส่งตัวบูทไปสหรัฐ ถึงกับเสนอไปยังประธานาธิบดีโอบามาให้โทรศัพท์กดดันผู้นำไทยโดยตรง เป็นข่าวอื้อฉาวไปทั่วโลก



9.คลิปการเมือง

ขณะที่คดียุบพรรคประชาธิปัตย์กำลังอยู่ในช่วงไคลแม็กซ์ ศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ เมื่อมีผู้นำคลิปโพสต์ในยูทูบ เป็นภาพ นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ เลขานุการส่วนตัวประธานศาลรัฐธรรมนูญ พบปะพูดคุยกับ นายวิรัช ร่มเย็น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ทีมกฎหมายสู้คดียุบพรรค ที่ร้านอาหารย่านประชาชื่น เมื่อวันที่ 18 ต.ค. เนื้อหาการสนทนาเกี่ยวข้องกับคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ จากนั้นมีคลิป ตอนที่ 2 ที่ 3 ทยอยตามออกมา เป็นภาพที่อ้างว่าเป็นการประชุมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีผู้ใหญ่ของบ้านเมืองเข้าไปวางแผนสั่งการบางอย่าง คลิปดังกล่าวเหล่านี้ทำให้ศาลรัฐธรรมนูญตกเป็นจำเลยสังคมในทันที ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ทำได้เพียงเบี่ยงเบนประเด็นเป็นเรื่องถูกหลอกและใส่ร้าย หลีกเลี่ยงไม่พูดถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

ต่อมานายชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ปลดนายพสิษฐ์ หรือปอย ออกจากตำแหน่ง แต่นายชัชกับตุลาการที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับคลิปยังยืนยันทำหน้าที่ต่อไป ส่วนนายพิสิษฐ์มีข้อมูลว่าเดินทางออกนอกประเทศไปตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค.

ก่อนวันตัดสินคดี วันที่ 27 พ.ย.นายพสิษฐ์ปรากฏตัวในคลิปของยูทูบ หวังว่าจะไม่ใช้คำว่า รอการกำหนดโทษ

ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำพิพากษา นายพสิษฐ์ออกคลิป ตอกย้ำศาลรัฐธรรมนูญสั่งยกฟ้องคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ตามความคาดหมาย



10.ไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์

ข่าวใหญ่ส่งท้ายปี คือ ข่าวพรรคประชาธิปัตย์รอดถูกยุบพรรค 2 คดีซ้อนในรอบ 10 วัน

วันที่ 29 พ.ย.ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 4 ต่อ 2 ยกคำร้อง กรณีกกต. ยื่นร้องให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ เพราะนำเงินกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง จำนวน 29 ล้านบาท ไปใช้จ่ายไม่ถูกต้อง ตุลาการเสียงข้างมากเห็นว่าคำร้องไม่มีความเห็นของประธานกกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง และยื่นคำร้องเลยกำหนดเวลา 15 วัน ตุลาการเสียงข้างมาก ประกอบด้วย นายจรัญ ภักดีธนากุล นายนุรักษ์ มาประณีต นายสุพจน์ ไข่มุกด์ และ นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี ส่วนเสียงข้างน้อย ประกอบด้วย นายชัช ชลวร และ นายบุญส่ง กุลบุปผา

กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะประเด็นทำไมศาลไม่ยกคำร้องตั้งแต่ต้น หากเห็นว่าไม่มีความเห็นของนายทะเบียน และยื่นเลยกำหนดระยะเวลา แต่กลับให้สืบพยานมานานนับปี

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้พิสูจน์ความถูก ผิด แต่รอดไปได้ด้วยวิธีทางเทคนิค

วันที่ 9 ธ.ค.ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคดีที่อัยการสูงสุดร้องขอให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีรับเงินบริจาค 258 ล้านบาท จากบริษัท ทีพีไอ โพลีน ผ่านบริษัท เมซไซอะ เข้าข่ายกระทำผิดตามพ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง

ศาลมีมติยกคำร้อง ด้วยเสียงข้างมาก 4 ต่อ 3 ด้วยเหตุผลว่า ไม่มีความเห็นจากนายทะเบียน ตุลาการเสียงข้างมาก ประกอบด้วย นายจรัญ ภักดีธนากุล นายจรูญ อินทจาร นายนุรักษ์ มาประณีต และ นายสุพจน์ ไข่มุกด์ ส่วนเสียงข้างน้อย ประกอบด้วย นายชัช ชลวร นายบุญส่ง กุลบุปผา และ นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี

พรรคประชาธิปัตย์รอดถูกยุบพรรคเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 10 วัน โดยไม่ได้พิสูจน์ความถูก-ผิด เช่นเดียวกับคดี 29 ล้าน

ขณะที่สังคมไม่ได้ตื่นเต้น หรือคาดหวังใดๆ เพราะคำตัดสินคดีแรกก็รู้ว่าคดีที่สองจะจบลงอย่างไร

หน้า 10
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 11 12 [13] 14 15 ... 30 ขึ้นบน พิมพ์ 
« previous next »
กระโดดไป:  

เข้าระบบ  สมัครสมาชิกใหม่  เว็บบอร์ด  ห้องภาพ   เกมส์ 

เว็บบอร์ดตำรวจ  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ   ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 1   กองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 1 

Thai Jaidee Dot Com  v CopThailand  Police Cadet 49  Saranair Dot Com  Wine Lover Society Cyperusthailand

อัลบั้มภาพใจดี  BCC 138  Police Cadet 49  3sisbedandbreakfast รำพึงเพลส

Powered by MySQL Powered by PHP
© 2005 Modified by v Cop Thailand.
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!