เว็บบอร์ดตำรวจ
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ตุลาคม 26, 2014, 02:39:04

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ค้นหา:     การค้นหาขั้นสูง
ยินดีต้อนรับสู่ เว็บบอร์ดตำรวจ www.siampolice.com ครับ/ค่ะ
259622 กระทู้ ใน 11180 หัวข้อ โดย 86238 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: mahaa
* หน้าแรก หน้าแรก หน้าแรก หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
+  เว็บบอร์ดตำรวจ
|-+  กลุ่ม การสนทนา หรือ ความรู้ตำรวจ
| |-+  บอร์ด สนทนาเรื่องทั่วไป (ผู้ดูแล: somboon51, adm_tp1, fowler, therd, von, เจ้าหน้าที่ห้องสมุด)
| | |-+  ข่าวตำรวจประจำวันนี้ รายงานโดย"วิงวอน"
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « previous next »
หน้า: 1 ... 16 17 [18] 19 20 ... 30 ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ข่าวตำรวจประจำวันนี้ รายงานโดย"วิงวอน"  (อ่าน 105117 ครั้ง)
วิงวอน.
ระดับ 4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 375


Re: ข่าวตำรวจประจำวันนี้ รายงานโดย"วิงวอน"
« ตอบ #255 เมื่อ: มกราคม 10, 2011, 05:38:27 »


วันจันทร์ ที่ 10 มกราคม 2554


แห่พิสูจน์กระสือแปดริ้วอาละวาดออกกินไก่
 

 
 
เมื่อวันที่ 9 ม.ค. ที่หมู่บ้านหนองปาตอง หมู่ 2 ต.หนองยาว อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ได้มีชาวบ้านลำลือกันว่า พบผีกระสือออกหากินตอนกลางคืน ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบ พบนายณะเรศ สุดชื่น อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 160/2 และสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองยาว เปิดเผยว่า ชาวบ้านสงสัยหญิงสูงวัยคนหนึ่งในพื้นที่ว่าจะเป็นผีกระสือ เนื่องจากลูกชายไปเรียนวิชาไสยศาสตร์มาจากอีสาน ก่อนมาเป็นร่างทรงเลี้ยงภูตผีเอาไว้  และมักจะเอาเลือดหมู  เลือดไก่ มาเซ่นไหว้ประจำ ต่อมาได้หายตัวออกจากบ้านไป แต่จู่ๆก็มีคนพบเห็นดวงไฟลอยออกมาจากบริเวณบ้านของชายคนดังกล่าวเป็นประจำ จึงลำลือกันว่าเป็นผีกระสือ ซึ่งสิงอยู่ในร่างของแม่คนเข้าทรง  โดยล่าสุดเมื่อกลางดึกที่ผ่านมากลุ่มชาวบ้านได้พากันไปดักซุ่มพิสูจน์  และเห็นดวงไฟสีแดงขนาดเท่าผลส้มลอยสูงจากพื้นดินประมาณ 3 เมตร จึงยิงปืนขู่ หลังจากนั้นดวงไฟดังกล่าวก็ลอยหายไป กระทั่งช่วงเช้าก็มาพบว่าไก่ที่ชาวบ้านเลี้ยงเอาไว้ในเล้าล้มตายหลายตัว โดยที่ลำคอมีรูคล้ายรอยถูกกัดดูดเลือด ขณะที่บริเวณเล้าไม่มีขนไก่หลุดร่วงให้เห็นเหมือนถูกสุนัขหรือสัตว์อื่นเข้ามากัดกิน อย่างไรก็ตามในคืนนี้ชาวบ้านได้นัดร่วมตัวกันเดินทางไปพิสูจน์อีกครั้ง   

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
วิงวอน.
ระดับ 4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 375


Re: ข่าวตำรวจประจำวันนี้ รายงานโดย"วิงวอน"
« ตอบ #256 เมื่อ: มกราคม 10, 2011, 05:54:14 »


วันจันทร์ที่ 10 มกราคม 2554


คมชัดลึก > บทความ > เลียบค่าย
ผบช.ภ.1 กับก.ตร.ใหม่


 คมชัดลึก :แล้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ได้ คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ผู้ทรงคุณวุฒิชุดใหม่ 5 คน

 ไล่เรียงจากคะแนนที่นายตำรวจระดับ พ.ต.อ. ขึ้นไปโหวตให้ตามลำดับ ตั้งแต่ พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช พล.ต.อ.วุฑฒิชัย ศรีรัตนวุฑฒิ พล.ต.ท.ศุภวุฒิ สังข์อ่อง
 พล.ต.อ.ชาญชิต เพียรเลิศ และ พล.ต.อ.บุญญฤทธิ์ รัตนพร

 นายตำรวจทั้ง 5 ท่านนี้ต้องบอกว่า มีประสบการณ์ระดับผู้บริหาร รู้สายสนกลในแวดวงตำรวจชนิดที่เรียกว่า หลับตามองเห็น เลยก็ว่าได้

 ฉะนั้นงานที่ต้องรับผิดชอบในฐานะ ก.ตร. จึงไม่ต้องศึกษา ไม่ต้องไปรอรายงานจากเบื้องล่างว่าใครเป็นใครในสตช. ลูกน้องเก่าเกือบทั้งสิ้น

 ระเบียบปฏิบัติสีกากีโดยเฉพาะงานที่นอกเหนือจากกฎหมายหรือหน้าที่ของก.ตร.คณะต่างๆ แล้ว ที่สำคัญคือ การพิจารณาแต่งตั้งโยกย้าย ที่ก.ตร.ถูกจับตามากที่สุด

 ที่ผ่านมา ก.ตร.ถูกวิจารณ์ว่าเป็น เสือกระดาษ อยู่ใต้อุ้งมือของนักการเมือง โดนแทรกแซงการบริหารงานภายใน อำนาจทางการเมืองสามารถชี้เป็นชี้ตายได้ หากไม่สนองนโยบายหรือสนองความต้องการตัณหาของนักการเมือง

 ยิ่งช่วงนี้อยู่ในระยะเตรียมพร้อมเพื่อรอรับการเลือกตั้งอย่างช้าก็ปลายปี บัญชีโยกย้ายนายตำรวจระดับรองผู้บังคับการ ลงไปถึงสารวัตร จึงมีความสำคัญ เรียกว่า อยู่ในแผนยุทธศาสตร์การเลือกตั้งคงไม่ผิด

 การเมืองต้องเข้ามาจัดระเบียบชนิดเต็มร้อย และมีข่าวว่าเป็นเช่นนั้นด้วยเพราะผู้บริหารสตช.ยามนี้ต้องอยู่นิ่งๆ ลิ่วตามลมไปก่อน รอลุ้นรัฐบาลหน้าว่าจะลืมตาอ้าปากได้แค่ไหน

 เมื่อผลคะแนนออกมาอย่างเป็นทางการ พล.ต.อ.อชิรวิทย์ ถึงกับประกาศว่า จากนี้ไปบัญชีแต่งตั้งโยกย้าย ห้ามการเมืองเข้ามาแทรกแซงเด็ดขาด

 นี่คงเป็น สัญญาลูกผู้ชาย เพื่อดำรงความเป็นเอกภาพ เกียรติยศศักดิ์ศรีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 ถ้าเป็นจริงดังว่า องค์กรตำรวจก็ถือว่า โชคดียังมีเลือดข้นๆ เหลืออยู่ อย่างน้อยก็มีใครสักคนกล้าเข้ามาขวางทางปืนบ้าง

 บทบาทแรกของก.ตร.ชุดใหม่ที่ต้องติดตามคือ ตำแหน่งผบช.ภ.1 ที่ว่างเว้นไว้นานแล้ว แกนการเมืองใหญ่กับบิ๊กมีสี พยายามผลักดันเต็มที่

 เมื่อแต่งตั้งไม่ได้ก็ปล่อยให้ว่างไว้ ไม่คำนึงว่า ชาวบ้านหรือหน่วยงานจะเสียหาย

 ลองพิสูจน์ฝีมือ ก.ตร. ชุดนี้ดู จะเอายังไงกับตำแหน่ง ผบช.ภ.1  ดูสิว่า ใช่ของจริงหรือเปล่า !!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 10, 2011, 06:05:51 โดย วิงวอน. » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
วิงวอน.
ระดับ 4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 375


Re: ข่าวตำรวจประจำวันนี้ รายงานโดย"วิงวอน"
« ตอบ #257 เมื่อ: มกราคม 10, 2011, 06:15:47 »


วันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7347 ข่าวสดรายวัน


คำสารภาพฆาตกาม เมาหื่นสยองปีใหม่ ฆ่าขืนใจสาวข้างห้อง

สดจากสนามข่าว
สมภพ สนเวส เรื่อง/ภาพ




คุมตัวทำแผน

 
"คนร้ายลงมืออย่างโหดเ////้ยม อ้างว่าทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ดื่มสุราจนเมาแล้วเกิดอารมณ์ทางเพศ ก่อนเกิดเหตุเห็นเหยื่อสาวอยู่ในห้องเพียงลำพังจึงปีนระเบียงห้องติดกันเข้าไปข่มขืน แต่เหยื่อฮึดสู้จึงจ้วงแทงไม่ยั้งจนเสียชีวิต คดีนี้เราสามารถจับกุมคนร้ายได้ทันควัน ขณะกำลังเตรียมขนของหลบหนี ตั้งข้อหาฆ่าข่มขืนทันที"

พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง ผบก.ภ. จว.สมุทรปราการ กล่าวหลังสามารถจับ กุม นายทวี เพ็งแข หนุ่มโรงงานวัย 19 ปี ที่ก่อคดีฆ่าข่มขืน น.ส.สุทิศา สังข์ทอง สาวโรงงาน อายุ 30 ปี เอาไว้ได้

คดีนี้ตำรวจใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก็สามารถจับกุมฆาตกรพร้อมอาวุธมีดและของกลางอีกมากมาย

////หื่นให้การรับสารภาพอย่างไม่สะทกสะท้านว่า ทำไปเพราะกินเหล้าฉลองปีใหม่จนเมา แล้วไปเจอเหยื่อสาวที่พักอยู่ห้องติดกัน เลยปีนห้องเข้าไปหมายขยี้กาม

แต่ทว่าเหยื่อสาวฮึดสู้จึงแทงสวนด้วยมีดจนสิ้นใจตายอยู่ตรงนั้น

สยดสยองเกินบรรยาย!!?


ปฐมบทของเหตุการณ์ เกิดขึ้น ตอนสายวันที่ 3 ม.ค. ตำรวจสภ. บางปู จ.สมุทรปราการ รับแจ้งเหตุหญิงสาวถูกฆ่าตายภายในห้องพักเลขที่ 805 ชั้น 8 อาคารเจริญสินคอนโดฯ ตึกดี 3 หมู่ 6 ถนนสุขุมวิท ก.ม.34 ต.บางปูใหม่ จ.สมุทรปราการ

พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง ผบก.ภ.จว. สมุทรปราการ จึงนำกำลังไปตรวจสอบ พร้อมพ.ต.อ.ภูมินทร์ สิงหสุต ผกก.สภ. บางปู พ.ต.ท.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.พิสุทธ์ จันทร์สุวรรณ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ธรรศกร ก้อนทอง สว.สส. พ.ต.ท.กฤษฎา ตรีสารพุทธชาติ พนักงานสอบสวน (สบ 3) และร.ต.อ. ภูวนาท แก่นจันทร์ รอง สว.สส. สอบ สวนรวบรวมพยานหลักฐาน



1.ตร.ตรวจสภาพศพ

2.ส่งผ่าพิสูจน์

3.นายทวี ขอขมาผู้ตาย

4.น.ส.สุทิศา

 


ที่นั่นพบเป็นอาคารที่พักอาศัยสูง 8 ชั้น หน้าห้องเลขที่ 805 มีชาวบ้านยืนมุงดูเต็มไปหมด เปิดประตูเข้าไปถึงผงะ เมื่อพบร่างน.ส.สุทิศา มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 45/3 ม.1 ต.ท่าบอน อ.ระโนด จ.สงขลา ทำงานเป็นพนักงานฝ่ายผลิต บริษัท ศรีไทยฟู้ด จำกัด ย่านนิคมอุตสาหกรรมบางปู ซ.3 เป็นโรงงานผลิตผงเครื่องดื่มรสช็อกโกแลต และผงกาแฟ นอนตายอยู่บนเตียง ในสภาพสวมเสื้อยืดสีส้ม กางเกงขาสั้นกับกางเกงในถูกถลกม้วนกองอยู่ที่ปลายเตียง มีบาดแผลถูกแทงเข้าที่ศีรษะ 2 แผล หัวเข่าซ้ายและขวา 2 แผล ท่อนแขนซ้าย 4 แผล หน้าท้อง 6 แผล และที่อวัยวะเพศอีก 1 แผล เลือดกระจายเต็มพื้น

เจ้าหน้าที่วิทยาการเก็บร่องรอยหลักฐานทันที

นายธวัช ศรีสวัสดิ์ อายุ 32 ปี แฟนหนุ่มของผู้ตายเล่าว่า ทำงานอยู่ที่เดียวกัน ก่อนเกิดเหตุช่วงดึกวันที่ 2 ม.ค. ตนกับแฟนสาวกลับจากกินเลี้ยงปีใหม่ที่โรงงาน พอมาถึงแฟนขอขึ้นไปนอนพักก่อน ส่วนตนนั่งดื่มฉลองกับเพื่อนๆ ที่ชั้นล่าง

นั่งกินกันเกือบเช้า เมื่อขึ้นมาบนห้องพบว่าห้องล็อกจากด้านใน จึงพยายามเคาะประตูเรียก แต่ไม่มีเสียงตอบคิดว่าแฟนไปทำงานแล้ว จึงตามไปที่โรงงานเพื่อขอกุญแจห้อง ก็ไม่พบจึงย้อนกลับมาที่ห้อง ให้เจ้าของหอเปิดประตูเข้าไป พบว่าแฟนถูกฆ่าตายแล้ว

"ผมมั่นใจว่าคนร้ายจะต้องเป็นคนในหอพักแห่งนี้แน่ๆ"





ทีมสืบรีบสอบพยานหาหลักฐานทันที ปักธงไปที่คนในหอพักแห่งนี้ ประกอบกับจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ ไม่พบร่องรอยงัดแงะห้อง พบแต่ร่องรอยการต่อสู้ จึงมั่นใจว่าคนร้ายไม่ได้เข้ามาทางประตูหน้าห้อง ต้องปีน ระเบียงเข้ามาเพราะระเบียงเชื่อมต่อถึง กันปีนไปมาหากันได้

ตำรวจพบหลักฐานสำคัญ เป็นรอยเลือดหยดติดขอบระเบียงปูนหลังห้องผู้ตาย เปื้อนไปถึงระเบียงหลังห้อง 804 ซึ่งอยู่ติดกัน จึงมั่นใจว่าคนร้ายต้องเป็นคนในห้องนั้น

ตรวจสอบชื่อเสียงเรียงนามเจ้าของห้อง 804 พบว่าเป็นของนายทวี บ้านเดิมอยู่เลขที่ 59 ม.2 ต.ปากเคี่ยม อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเจ้าตัวไม่อยู่ห้องผิดวิสัยที่มักจะขลุกอยู่ในห้องทุกวัน

เจ้าหน้าที่นำกำลังไปปิดล้อมบริษัท แมทเทล จำกัด ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาห กรรมบางปู ซ.11 ที่ทำงานของนายทวี เฝ้าอยู่ไม่นานหมอนี่ก็โผล่เข้ามาเก็บข้าวของที่โรงงานเตรียมเผ่นหนี

เมื่อเห็นตำรวจนายทวีก็ถึงกับหน้าถอดสี ใส่เกียร์หมาโกยอ้าวหวังรอดพ้น แต่โจรหรือจะไวกว่าตำรวจ

คนร้ายจนมุมพร้อมอาวุธปืนปากกา 1 กระบอก กระสุนขนาด .22 อีก 3 นัด

คนร้ายให้การรับสารภาพว่า เป็นคนลงมือฆ่าผู้ตายกับมือ ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 4 ทุ่ม กลับมาจากกินเลี้ยงปีใหม่ที่ทำงาน เมื่อมาถึงห้องเดินเข้าห้องน้ำบริเวณระเบียงหลังห้อง ชะโงกหน้าไปมองระเบียงห้องผู้ตาย เห็นสวมเสื้อยืด กางเกงขาสั้น และอยู่ในห้องเพียงคนเดียว

จึงปีนข้ามระเบียงบุกเข้าไปในห้องหมายข่มขืน แต่ผู้ตายฮึดสู้ จึงใช้กำลังบีบคอลากไปที่เตียงนอน ก่อนขึ้นคร่อมกระหน่ำแทงด้วยมีดสั้นที่พกติดตัวไปด้วยจนตายคาที่

หลังจากนั้นถอดกางเกงหมายจะข่มขืนศพ แต่อวัยวะเพศไม่แข็งตัว จึงปีนกลับห้อง นอนหลับยันเช้า ก่อนออกไปที่โรง งานเก็บข้าวของเตรียมเผ่นหนีจนกระทั่งถูกจับ

หลังบันทึกปากคำตำรวจนำตัวนายทวี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพและขอขมาศพ โดยมีชาวบ้านจำนวนมากรอดูโฉมหน้าคนร้ายพยายามฮือเข้ารุมประชา ทัณฑ์ เจ้าหน้าที่ต้องเข้าห้ามปรามเป็นพัลวัน ก่อนคุมตัวมาดำเนินคดี

กฎหมายเท่านั้นที่จะจัดการกับคนแบบนี้!?!

หน้า 2

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
วิงวอน.
ระดับ 4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 375


Re: ข่าวตำรวจประจำวันนี้ รายงานโดย"วิงวอน"
« ตอบ #258 เมื่อ: มกราคม 10, 2011, 06:40:30 »


โดย ทีมข่าวอาชญากรรม 10 มกราคม 2554

มาตรฐานใบขับขี่เมืองไทย มีก็ดี...ไม่มีก็ได้  
 
 
 
  ข่าวที่โด่งดังข้ามปี กรณีเยาวชนอายุไม่ถึง 18 ปี 'ขับรถยนต์' ชนกับรถตู้โดยสารบนโทลล์เวย์ ที่เป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิต 9 รายและบาดเจ็บอีกหลายราย
       
       สิ่งที่ยังเป็นข้อถกเถียงกันของคนในสังคม หนึ่งในนั้นก็คือประเด็นที่ผู้ขับรถยนต์ข้างต้นไม่มีใบอนุญาตขับขี่เพราะอายุไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์ ฉะนั้นการตัดสินใจเฉพาะหน้าเมื่อเกิดกรณีฉุกเฉินอาจจะทำไม่ได้ทันท่วงที ไม่ดีพอ และอาจจะไม่รู้กฎจราจรอย่างครบถ้วนและจริงจัง
       
       ถึงกระนั้นถึงแม้บางคนจะมีใบอนุญาตขับขี่แบบถูกต้องตามกฎหมายก็ตามแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้จราจรบนถนนในบ้านเราดีขึ้น ไม่ลดการเกิดอุบัติเหตุและไม่ทำให้กฎจราจรศักดิ์สิทธิ์ขึ้นด้วย ยังจอดรถในที่ห้ามจอด ยังขับรถฝ่าสัญญาณไฟ ยังขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด ฯลฯ ซึ่งภาพเหล่านี้ หาดูได้ไม่ยากตามท้องถนน
       
       สภาพความยุ่งเยิงบนท้องถนนที่หนาแน่นไปด้วยจำนวนรถมหาศาล รวมทั้งผู้ไม่ทำตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ยิ่งทำให้ถนนดูวุ่นวายเพิ่มมากขึ้น สาเหตุมาจากอะไรกันแน่...
       

       ใบขับขี่เมืองไทยขับรถได้ ไม่ใช่ขับรถดี
       
       ฉัตรชัย อนันตกูล ผู้อำนวยการส่วนใบอนุญาตขับรถ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานคร พูดอย่างยอมรับความจริงว่า ใบอนุญาตขับขี่ถือเป็นเพียงแค่หลักการเบื้องต้นว่า คนนั้นสามารถขับรถเป็น แต่ไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันว่าจะขับรถดี หรือขับรถไม่ประมาท เพราะเรื่องนั้นยังมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ของคนขับ บวกกับจิตสำนึกของคนขับเอง รวมถึงการปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด และมีมารยาทในการขับรถ ซึ่งจะช่วยลดอุบัติเหตุในการขับขี่
       
       "เรื่องสำคัญที่สุดของการขับรถ ก็คือตัวคนนี่แหละ ส่วนใบขับขี่มันก็เป็นแค่เอกสารหรือหนังสือทางราชการฉบับหนึ่งที่แสดงว่า คุณขับรถบนท้องถนนได้ แต่มันไม่ได้การันตีว่า พอขับแล้วจะไม่เกิดอุบัติเหตุเลย ทางออกที่ดีก็คือ การเคารพและเรียนรู้กฎหมายจราจร ซึ่งกฎหมายพวกนี้ก็ไม่ได้หายากอะไร ตามร้านหนังสือทั่วไปก็มีขายแล้ว หรือแม้แต่ไปดาวน์โหลดทางอินเทอร์เน็ตก็ได้ แน่นอนว่าหากเขารู้อย่างถ่องแท้ ก็เป็นประมาณ 70-80 เปอร์เซ็นต์แล้วที่จะทำให้ขับรถบนท้องถนนได้อย่างปลอดภัย ส่วนอีกเรื่องก็คือมารยาทของคนขับเอง"
       
       อย่างไรก็ตามฉัตรชัยอธิบายเพิ่มเติมว่า การออกใบอนุญาตขับขี่รถในปัจจุบันอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและทัดเทียมกับต่างประเทศ เพราะกว่าที่ผู้ขับขี่จะได้รับใบอนุญาตได้นั้นจะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์สำหรับรถยนต์และ 15 ปีบริบูรณ์สำหรับรถจักรยานยนต์ ที่สำคัญผู้ขับยังต้องมีศักยภาพเพียงพอที่จะขับรถได้ โดยต้องผ่านการทดสอบทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติให้ได้ตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดเอาไว้ นายทะเบียนจึงจะออกใบอนุญาตให้ ซึ่งตรงนี้ถือว่าเชื่อถือได้
       
       “การสอบก็สะท้อนให้เห็นถึงการขับรถบนท้องถนนจริงๆ ซึ่งถ้าผ่านเกณฑ์ก็ถือว่าโอเคแล้วที่จะไปขับได้”
       
       ส่วนกรณีการปลอมแปลงใบอนุญาตขับขี่ในปัจจุบันถือว่าลดน้อยมาก เพราะปัจจุบันใบขับขี่เปลี่ยนรูปแบบการออกเป็นสมาร์ทการ์ดซึ่งป้องกันการปลอมแปลงได้มาก ส่วนกรณีซื้อขายใบขับขี่ทางสำนักงานขนส่งฯ ก็มีตำรวจ 191 คอยดูแล
       
       “เราจ้างตำรวจนอกเครื่องแบบวันหนึ่งประมาณ 10 นาย เพื่อมาตรวจสอบบุคคลที่เข้ามาหลอกในเรื่องนี้ และเรายังออกหนังสือเวียนกำชับเจ้าหน้าที่ว่า หากทำการทดสอบไม่เป็นไปตามระเบียบ หรือคนทดสอบไม่ผ่านการทดสอบหรืออบรม แต่ยังไปออกให้ ทางกรมฯ ก็จะลงโทษอย่างหนักและเฉียบพลันทันที"
       
       ยกระดับโรงเรียนสอนขับรถ
       
       ในความเห็นของ รศ.ดร.ธวัชชัย เหล่าศิริหงส์ทอง หัวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาการจราจรและขนส่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าธนบุรี เห็นว่าการสอบใบอนุญาตขับขี่ นอกจากการทดสอบเชิงกายภาพ ความรู้ และทักษะแล้ว ยังควรต้องมีการทดสอบสภาพจิตใจและทัศนคติด้วย
       
       “ของอเมริกา ออสเตรเลีย สวีเดน การสอบใบขับขี่ของเขายากกว่าเราเยอะ การที่เราจะสอบผ่านจะมีการสอบความรู้และทักษะ ความรู้คือข้อสอบ ของต่างประเทศก็อาจจะมีกลไกซับซ้อนกว่าบ้านเรา เรื่องทักษะ เวลาสอบใบขับขี่ของเราก็ถอยหน้า ถอยหลัง เข้าซอง ขึ้นสะพาน แต่อเมริกาที่ผมไปสอบหรือที่ผมไปดูงานต่างประเทศ เขาจะให้ขับออกถนนจริงๆ แล้วเขาก็จะให้เราทำตามสถานการณ์ที่เขาบอก และตรวจด้วยว่าเราทำตามกฎจราจรหรือหลักปฏิบัติหรือเปล่า
       
       “อีกประการที่เป็นความยากลำบาก คือในต่างประเทศก่อนที่คุณจะมีทำการสอบใบขับขี่ คุณจะต้องผ่านหลักสูตรการเรียนมาก่อน เมื่อครบชั่วโมงแล้วจะมาสอบความรู้พื้นฐาน แล้วค่อยไปสอบทักษะการขับรถ โรงเรียนสอนขับรถยนต์ของต่างประเทศไม่เหมือนของเรา ของต่างประเทศจะมีลักษณะเหมือนสถาบันวิชาการที่การเรียนการสอนจะเป็นการพัฒนาทักษะการขับรถอย่างแท้จริง ค่าเรียนก็จะแพง อย่างผมเคยไปฝึกอบรมที่สวีเดน คนสวีเดนส่วนใหญ่ไม่ขับรถยนต์ เพราะได้ใบขับขี่ยาก เนื่องจากต้องไปเรียนวิชาเก็บหน่วยกิตเพื่อให้มีคุณสมบัติมาสอบใบอนุญาตขับขี่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นแสน”
       
       ดังนั้น รศ.ดร.ธวัชชัย จึงเห็นว่า นอกจากเรื่องการสอบใบอนุญาตขับขี่แล้ว ยังควรต้องมีการปรับปรุงและยกระดับโรงเรียนสอนขับรถยนต์ให้ได้มาตรฐานกว่าที่เป็นอยู่
       
       มีใบขับขี่ แต่ก็ยังมาเรียนขับรถ
       
       บางคนในกระเป๋าสตางค์ได้ใบอนุญาตขับขี่มาเชยชมแล้ว แต่กระนั้นก็รู้สึกว่าไม่พอจึงต้องมาลงเรียนขับรถเพิ่มเติม
       
       “บางที่ก็มีการซื้อขายใบขับขี่กันอยู่บ้างตามต่างจังหวัด แต่ลดน้อยลงจากเมื่อก่อนแล้ว บางครั้ง ก็มีคนที่มีใบขับขี่แล้วมาลงเรียนก็มีนะ คือเขาไปซื้อจากที่อื่นมาก่อนแล้ว แต่โดยรวมแล้ว ความไม่ใจร้อน และไม่ประมาทเท่านั้น ที่จะทำให้อุบัติเหตุบนท้องถนนน้อยลง ไม่ใช่อยู่ที่ว่ามีใบขับขี่หรือไม่” มนทชัย ช่างแก้ ครูสอนขับรถยนต์ โรงเรียนสอนขับรถยนต์มนทชัย เล่าถึงภาพจริงของคนหัดขับรถยนต์
       
       “การหัดขับรถเพื่อที่จะให้ได้ใบขับขี่นั้น จะหัดขับเองก็ได้ แต่ถ้ามาเรียนรู้อย่างถูกต้องก็น่าจะรู้เรื่องของกฎจราจรแล้วก็มารยาทบนท้องถนนมากกว่า การเลี้ยวการถอยหลังนี่มันมีเทคนิคอยู่ ถ้าไม่เป็นมาเลยก็ต้องเรียนรู้กันประมาณ 15 ชั่วโมง แต่ถ้าเป็นมาแล้วบ้าง แต่ยังไม่เข้าใจกฎกติกาบนถนน ก็ต้องเรียนกัน 8 ชั่วโมง”
       
       กระบวนการหัดขับรถยนต์ กฎต่างๆ เป็นเหมือนภาคทฤษฎีต้องเรียนรู้ควบคู่ไปกับการปฏิบัติ การจะสอบใบขับขี่ได้นั้นจะต้องมีอายุ 18 ปีเป็นต้นไป เพราะจะต้องมีสำนึกรับผิดชอบ จะมีการปฏิบัติก็คือการขับเดินหน้า - ถอยหลังเข้าซอง และจอดเลียบทางเท้า และมีการสอบสายตา ความเร็วของเท้า ข้อสอบที่เป็นกฎต่างๆ ซึ่งจะมีการอบรมให้ก่อนสอบอย่างน้อยสองชั่วโมง
       
       “แต่เอาเข้าจริง การจะมีใบขับขี่หรือไม่นั้น มันก็ไม่ได้รับประกันว่าจะไม่มีอุบัติเหตุ ถ้ามีใบขับขี่แต่ประสบการณ์น้อยก็อาจจะมีโอกาส ที่สำคัญเลย คือเรื่องของความประมาท และความใจร้อนของตัวผู้ขับขี่เอง ว่ามีมากน้อยแค่ไหน บางครั้งขับแบบใจร้อนไปจี้คันหน้าด้วยความเร็วสูง มันก็อาจจะทำให้ชนกันได้”
       
       ไม่มีใบขับขี่ ก็ยังขับรถได้
       
       อัครภูมิ มลิกุล หนุ่มวัย 21 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ที่เรียนทักษะการขับรถจากโรงเรียนสอนขับรถยนต์ รวมแล้วประมาณ 10 ชั่วโมง ซึ่งทางโรงเรียนก็สอนทักษะ ทฤษฎี การปฏิบัติต่างๆ รวมถึงแจกหนังสือเกี่ยวกับกฎจราจรต่างๆ ด้วย แต่ก็ยังไม่ไปสอบใบขับขี่ และขับรถยนต์บนถนนเป็นปกติ
       
       “พอเราเรียนจบหลักสูตร เขาก็พาไปสอบทำใบขับขี่นะ แต่เรายังไม่ได้ไปทำ เพราะขี้เกียจ เพื่อนหลายคนที่ขับรถก็ยังไม่มีใบขับขี่ เราไม่มีใบขับขี่ไม่ได้กลัวเจอตำรวจ แค่ระวังว่าอย่าขับให้ไปชนใครก็เป็นพอ”
       
       สุดท้ายแล้วอัครพลก็ยังคิดว่า ใบขับขี่มีความสำคัญสำหรับการขับรถ เพราะเหมือนเป็นสิ่งแรกที่ตำรวจจะเรียกดูเมื่อเกิดการตั้งด่านตรวจหรืออุบัติเหตุ อย่างไรก็ตามเขาก็คิดว่าถ้ามีรถเป็นของตัวเองเมื่อไรก็จะไปทำใบขับขี่เหมือนกัน
       
       ………
       
       อุบัติเหตุสามารถป้องกันได้ อาจจะเป็นคำที่ดูสวยหรูเกินไป เพราะจากสถานการณ์ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์และจักรยานยนต์ของเมืองไทยเอง ยังดูมีมาตรฐานที่ไม่เข้มข้นนัก แม้จะดีกว่าในยุค 10-20 ปีที่แล้วมากมายก็ตาม
       
       ยิ่งมาเปรียบเทียบกับต่างประเทศซึ่งเคร่งครัดเข้มงวดกับการออกใบอนุญาตขับขี่ฯ อย่างมิยอมให้มีช่องว่างทางกฎหมายเพื่อหลีกเลี่ยงโทษ เมื่อมามองเมืองไทยอีกที ดัชนีของข่าวโดยเฉพาะข่าวอุบัติเหตุบนหน้าหนังสือพิมพ์รายวันอันแสนสะเทือนใจที่มีอยู่เกือบทุกวัน ก็ยิ่งทำให้เห็นว่าบนท้องถนน ชีวิตคนไทยมีค่าน้อยเพียงไร...
       >>>>>>>>>>>
       ……….
       
       เรื่อง : ทีมข่าว CLICK
       ภาพ : ทีมภาพ CLICK
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
วิงวอน.
ระดับ 4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 375


Re: ข่าวตำรวจประจำวันนี้ รายงานโดย"วิงวอน"
« ตอบ #259 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 05:25:40 »


วันอังคาร ที่ 11 มกราคม 2554


รวบหนุ่มติดยศ”พ.ต.อ.”กลางเกาะสมุย  

รวบหนุ่มแต่งชุด”พ.ต.อ.”อ้างตัวเป็น ผู้กำกับ ปส.  สั่งตร. สวป.ตั้งด่านตรวจยาเสพติดบนเกาะสมุย 

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 10 ม.ค. พ.ต.อ.สำราญ  มาเจริญ ผกก. สภ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี  พ.ต.ท.สมพงษ์  เพ็ชรสุด สวป. และ พ.ต.ท.วัชรินทร์ ป้านสุวรรณ สว.บช.ปส.ภาค 8 ร่วมกันทำการจับกุมตัวนายเทพทัย สุขอนันต์ อายุ 24 ปี บ้านเดิมอยู่ที่ 84 หมู่ 10 ต.ควนกรด อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช หลังแอบอ้างตัวเป็นตำรวจปลอมยศ  พ.ต.อ.เทพทัย สุขอนันต์  ตำแหน่ง ผกก.ปส. จบโรงเรียนเรียนนายร้อยตำรวจ นรต.รุ่น 42

ทั้งนี้สืบเนื่องจาก พ.ต.ท.สมพงษ์  ได้รับการประสานงานจากผู้ต้องหา ว่า  เป็นตำรวจยศ พ.ต.อ.ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเกาะสมุย ตั้งด่านตรวจยาเสพติด ตามนโยบายรัฐบาลแก้ไขปัญหายาเสพติด  ที่หน้าหน่วยบริการประชาชนบ้านแม่น้ำ เพื่อทำการตรวจค้นยาเสพติดเส้นทางดังกล่าว แต่มีท่าทีพิรุธ ทางเจ้าหน้าที่จึงประสาน พ.ต.ท.วัชรินทร์ มาร่วมตรวจสอบ จนกระทั่ง พ.ต.อ.เทพทัย  แต่งเครื่องแบบข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจเอกเต็มยศ  เข้ามาที่ด่านตรวจ ทางเจ้าหน้าที่จึงขอตรวจสอบข้อมูลกับ บช.ปส. เพราะสงสัยว่า อายุน้อยแต่ติดยศ  พ.ต.อ.เร็วมาก  ทำให้ พ.ต.อ.เก๋  ถึงกับเหงื่อแตกตัวสั่น ยอมปริปากรับสารภาพทันทีว่า  ตนไม่ได้เป็นตำรวจแต่อย่างใด แต่ตนชอบเครื่องแบบตำรวจเป็นชีวิตจิตใจ และเพื่อประสงค์หลอกลวง แฟนสาวของตน ที่มีฐานะดี เป็นลูกสาวเจ้าของสวนยางพาราใน จ.นครศรีธรรมราช

ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจค้นรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์วี สีบรอนซ์ ทะเบียนป้ายแดง ก-1369 สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นรถยนต์ของแฟนสาว ภายในรถพบปืนปลอม 1 กระบอก หมวกข้าราชการตำรวจ 1 ใบ  ก่อนจะนำตัว ไปทำการตรวจค้น ที่ห้องพักที่1/92  ชั้น 3  โรงแรมมโนรา ในพื้นที่ ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย พบเสื้อผ้า เครื่องแบบข้าราชการตำรวจอีกหลายชุด และบัตรประตัวประชาชน ระบุชื่อ นายเทพทัย สุขอนันต์  ใบขับขี่ชื่อ  นายสิทธิพงษ์ สุขอนันต์ ไม่ตรงกับบัตรประชาชน แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายที่ตรวจค้นแต่อย่างใด  นอกจากนี้จากการตรวจค้นรถยนต์โตโยต้า วีออสป้ายแดง ฮ-9898 นครศรีธรรมราช พบเอกสารที่เก็บไว้อ้างตัวเป็นตำรวจ

จากการสอบสวน ให้การว่า เนื่องจากรัฐบาลได้ประกาศนโยบายแก้ไขปัญหายาเสพติด ภายใต้ยุทธศาสตร์ 5 รั้ว ป้องกัน เพื่อหยุดยั้งและลดระดับการขยายตัวของปัญหายาเสพติดในขอบเขตทั่วประเทศ ตนจึงได้สวมรอย และอ้างตัวเป็น ตำรวจ ปส. เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ และหลอกลวงแฟนสาวให้ตายใจเพื่อแฟนสาวจะได้ซื้อรถยนต์ป้ายแดงให้ขับขี่ ที่ผ่านมาเคยพาแฟนสาวไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อให้เชื่อใจ ว่าตนเป็นตำรวจยศพันตำรวจเอกจริง แต่ไม่ได้ มีพฤติกรรม ที่แอบแฝงเพื่อทำผิดกฎหมายเรื่องยาเสพติดแต่อย่างใด  จึงควบคุมตัวส่งดำเนินคดีต่อไป
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
วิงวอน.
ระดับ 4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 375


Re: ข่าวตำรวจประจำวันนี้ รายงานโดย"วิงวอน"
« ตอบ #260 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 05:29:36 »


วันอังคาร ที่ 11 มกราคม 2554


ย่องขึ้นบ้านรองคณะบดีแทงแม่บ้านดับ
 
 


ตีนแมวทมิฬปีนขึ้นบ้านรองคณบดีคณะวิศวะ ม.หอการค้า กะซวกแม่บ้านพรุน 7 แผลตายอนาถ เร่งล่าตัวผู้ต้องสงสัย

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 10 ม.ค. พ.ต.ท.ปิยพงศ์ สิงหเทพ สวส.สภ.ปากคลองรังสิต อ.เมืองปทุมธานี รับแจ้งมีเหตุฆาตกรรมภายในบ้านเลขที่ 92/144 หมู่บ้านเมืองเอก (โครงการ3) ซอยเอกลักษณ์ 15 หมู่ 7 ตำบลหลักหก รุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.วัฒนา เขตร์สมุทร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต เจ้าหน้าที่วิทยาการ (สพฐ.1) แพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ (กระทรวงยุติธรรม) และมูลนิธิป่อเต๊กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้นเนื้อที่กว้าง 150 ตรว.มีรั้วล้อมรอบขอบชิด ที่บริเวณทางขึ้นบันไดชั้นบน พบศพ น.ส.จำลอง ตี่ด้วง อายุ 53 ปี แม่บ้านนอนเสียชีวิตในชุดเสื้อเชิ้ตสีน้ำตาล กางเกงขาสามส่วนสีดำ มีผ้าปูโต๊ะสีกรมท่าคลุมศพไว้ พอเปิดผ้าออกพบสภาพศพมีบาดแผลถูกแทงที่ลำคอ 1 แห่ง หน้าอก 5 แห่ง และลำตัวอีก 1 แห่งรวม 7 แห่ง จากการสอบสวนทราบว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นของ ดร.นันทิ สุทธิการนฤนัย อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโลจิสติกส์ รองคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยพักอาศัยอยู่กับสามีชื่อนายสราวุธ จันทร์ผง เป็นอาจารย์สอนอยู่มหาวิทยาลัยรังสิต คณะวิศวกรรมไฟฟ้า จากนั้นเจ้าของบ้านพาเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ โดยไม่อนุญาตผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในบ้าน

พล.ต.ต.วัฒนาเปิดเผยว่า ผู้ตายเป็นแม่นมของ ดร.นันทิเจ้าของบ้าน โดยตามปกติจะเฝ้าบ้านคนเดียว พอช่วงเย็นเจ้าของบ้านถึงกลับมาจากทำงาน เบื้องต้นคาดว่ามีคนร้ายไม่ทราบจำนวน แอบปีนเข้าไปในบ้านเพื่อค้นหาทรัพย์สิน แต่บังเอิญผู้ตายคงเข้าไปขัดขวาง เลยโดนคนร้ายแทงจนเสียชีวิตดังกล่าว โดยภายในห้องนอนชั้นบนพบร่องรอยการรื้อค้นด้วย ส่วนทรัพย์สินที่หายไปยังไม่ทราบมีอะไรบ้าง รู้ว่ามีเครื่องเพชร ทองรูปพรรณกับเงินสด เพราะเจ้าของอยู่ระหว่างเสียใจที่คนรับใช้โดนฆ่าตาย อย่างไรก็ตามขณะกำลังหลบหนี คนร้ายทำทรัพย์สินเป็นสร้อยคอหยกกับแหวนทอง ตกอยู่ที่หน้าบ้านเพราะความรีบร้อนอีกด้วย

ด้าน พ.ต.อ.สุรพงษ์ ผกก.กล่าวว่า จากการตรวจสอบและสอบสวนพยานแวดล้อม พบหลักฐานจากกล้องวงจรปิดจากเพื่อนบ้าน ในละแวกใกล้เคียงเห็นชายต้องสงสัย เป็นชายอายุประมาณ 25-30 ปี สูงประมาณ 160 ซม. สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวลายทาง นุ่งกางเกงยีน ใส่รองเท้าผ้าใบ จึงให้ฝ่ายสืบสวนนำไปเป็นแนวทางการติดตามตัวคนร้ายต่อไป.
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
วิงวอน.
ระดับ 4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 375


Re: ข่าวตำรวจประจำวันนี้ รายงานโดย"วิงวอน"
« ตอบ #261 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 05:41:10 »


วันจันทร์ ที่ 10 มกราคม 2554

กพบ.ไฟเขียวเปิดด่านชายแดน 24 ชั่วโมง
 

 
กพบ.ไฟเขียวเปิดด่านชายแดน 24 ชั่วโมง พร้อมตั้ง “ไตรรงค์” คุม ให้เดินหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ

วันนี้ (10 ม.ค.) นายธราดล เปี่ยมพงศ์สานต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (กพบ.) มีมติเห็นชอบให้เปิดด่านศุลกากรทางบกทั่วประเทศ 24 ชม. ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เสนอ เพื่อเร่งผลักดันการดำเนินงานตามความตกลงด้านการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาค 

รวมทั้งให้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาภาพรวมการดำเนินงานของด่านชายแดนทั่วประเทศ โดยให้นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกฯ เป็นประธาน เพื่อทำหน้าที่เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาและพัฒนาด่านชายแดนทั่วประเทศอย่างเป็นระบบและได้มาตรฐาน โดยให้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นคณะทำงานทั้ง สศช. กรมศุลกากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน 3 สถาบัน (กรอ.)

นอกจากนี้ยังให้บูรณาการดำเนินงานของหน่วยงานศุลกากร ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและมาตรฐานสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (ซีไอคิว) เข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการขนส่งข้ามพรมแดนทั้งระบบและให้ประสานประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้เข้าใจและทราบข้อมูลของไทยและเตรียมการดำเนินงานให้มีมาตรฐานและสอดคล้องกัน โดยเฉพาะในเรื่องของกฎระเบียบ

นายธราดล กล่าวต่อว่า กพบ.ยังเห็นชอบให้มีการประสานกับกระทรวงเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรมหรือมติของประเทศญี่ปุ่น และธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) เพื่อศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องความต้องการของเอกชนเพื่อให้การเปิดด่าน 24 ช.ม.เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงแนวทางเตรียมพร้อมของด่านพรมแดนในประเทศเพื่อนบ้านและการให้ความช่วยเหลือจากรัฐบาลญี่ปุ่นและแนวทางการดำเนินงานควบคู่กับการเปิดช่องทางเร่งด่วนและลดปริมาณและความซ้ำซ้อนของเอกสารที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผ่านแดน เพื่อใช้ประกอบการพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกต่อไป โดยพิจารณากรณีศึกษาของสหภาพยุโรป เป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม สศช.ได้ชี้แจงว่าตัวอย่างประเทศที่สามารถร่วมมือขยายเวลาเปิดด่านพรมแดนเป็น 24 ช.ม. ได้แก่ฮ่องกง-เซินเจิ้น ซึ่งเป็นการส่เงสริมการท่องเที่ยวและกิจกรรมทางเศรษฐกิจระหว่างกัน,มาเก๊า-จีน ที่สนับสนุนให้มาเก๊าเป็นส่วนหนึ่งของจีน,ยะโฮร์บารู-ตูอัส เพื่อบูรณาการหน่วยซีไอคิว ให้อยู่ภายในอาคารเดียวและมีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ และด่านวันดา-อูกานดา เพื่อส่งเสริมการค้าและการขนส่งข้ามแดน ขณะที่ด่านศุลกากรไทย สามารถตรวจปล่อยสินค้าได้ โดยแจ้งให้ทราบล่วงหน้าและมีค่าใช้จ่ายล่วงเวลา แต่ในกรณีสินค้าที่มีส่วนราชการอื่น ๆ ควบคุมต้องรอดำเนินการในเวลาราชการเท่านั้น โดยกรมศุลกากรเห็นว่าเวลาปิด-เปิดทำการของด่านพรมแดนหลักตามแนวพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจนั้นเหมาะสมแล้ว แต่หากเปิด 24 ช.ม.จะมีข้อจำกัดด้านอัตรากำลัง ความเหมาะสมเชิงเศรษฐกิจและความมั่นคงและความร่วมมือจากด่านพรมแดนของประเทศเพื่อนบ้าน

ทั้งนี้ในที่ประชุมได้รับทราบผลการศึกษาการดำเนินงานของด่านศุลกากรชายแดนมาเลเซียที่ สศช.ได้เสนอกรณีศึกษาที่บริเวณด่านยะโอร์บารูของมาเลเซีและด้านตูอัสของสิงคโปร์ ที่มีรูปแบบการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับการเดินทางผ่านเข้า-ออกของคน สินค้าและยานพาหนะ ตลอด 24 ช.ม. ซึ่งมีการแยกจุดตรวจการผ่านแดนและยานพาหนะอย่างชัดเจน แยกช่องทางการจราจรสำรหับรถบรรทุก รถดดยสารและรถจักรยานยนต์  ควบคุมผู้ผ่านเข้า-ออก ด่านชายแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับขั้นตอนการผ่านเข้า-ออกในสนามบินนานาชาติ

ขณะที่ช่องทางการตรวจคนเข้าเมือง มีระบบการให้บริการที่รวดเร็ว โดยแบ่งแยกเป็นช่องทางที่ตรวจสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ช่องทางที่ตรวจสอบด้วยบุคคลและช่องทางที่ให้บริการเฉพาะผู้มีบัตรเข้า-ออกพิเศษ และยังมีหน่วยงานที่รับผิดชอบในการวางแผนและดำเนินการก่อสร้างเพียงหน่วยงานเดียว.
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
วิงวอน.
ระดับ 4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 375


Re: ข่าวตำรวจประจำวันนี้ รายงานโดย"วิงวอน"
« ตอบ #262 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 05:56:40 »


วันอังคารที่ 11 มกราคม 2554



คมชัดลึก > บทความ > อินไซด์ตำรวจ
อินไซด์ตำรวจประจำวันที่11ม.ค.

 คมชัดลึก : ** ฉาวแวดวงสีกากี "ตำรวจชะอำ" 11 นาย พล.ต.ต.วิรัช วัชรขจร ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี สั่งการให้ไปช่วยราชการที่ บก.ภ.จว.เพชรบุรี เซ่นคดียัดยาบ้าตบทรัพย์เหยื่อแลกอิสรภาพ งานนี้ พล.ต.ท.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน ผบช.ภ.7 คงไม่ปล่อยให้พวกนอกรีตลอยนวลหากผิดจริงต้องเชือดให้ถึงที่สุด


** นี่ก็เหมือนกัน พ.ต.ท.ณัฐวัฒน์ พงษ์รักไทย ตำรวจสังกัด บก.ภ.จว.สตูล ถูกให้ออกจากราชการพร้อมถูกดำเนินคดีร้ายแรงเพราะพัวพันยาเสพติด พล.ต.ท.วีระยุทธ สิทธิมาลิก ผบช.ภ.9 มั่นใจหลักฐานเอาผิดไม่มีละเว้น ** ไม่ใช่แค่จับชาวต่างชาติอย่างเดียว วันก่อนทีมงานของ พล.ต.ต.มนู เมฆหมอก ผบก.สส.สตม.พร้อมด้วย  พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผกก.1 บก.สส.สตม. อดหลับอดนอนข้ามวันข้ามคืนจับผู้ต้องหาชาวไทยขนยานรก 1 แสนเม็ด

** ปิดคดีชิงทรัพย์ร้านทองชื่อดังทีมงานของ พ.ต.อ.พีระพงษ์ วงศ์สมาน รอง ผบก.น.2 และ พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ บุญยืนอนนต์ ผกก.สส.บก.น.2 บุกเชียงใหม่ลากคอ "สุพจน์ บุญเรืองรอด" ชิงทรัพย์ร้านทองหนามยอกอกของนักสืบสวนมานาน งานนี้ พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบก.น.2 ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จนแก้มแดงเป็นลูกตำลึง

** งานหนักลูกน้องอวยพรปีใหม่ให้ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น.ด้วยของบำรุงกำลังจนเกือบเต็มห้อง แม่ทัพเมืองหลวงเลยสั่งการให้บรรดาหน้าห้องทยอยไปถวายให้พระสงฆ์ที่อาพาธอยู่ที่โรงพยาบาลสงฆ์ทั้งหมด (อนุโมทนา สาธุ) **
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 11, 2011, 05:59:02 โดย วิงวอน. » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
วิงวอน.
ระดับ 4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 375


Re: ข่าวตำรวจประจำวันนี้ รายงานโดย"วิงวอน"
« ตอบ #263 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 06:10:23 »


วันอังคารที่ 11 มกราคม 2554



คมชัดลึก > บทความ >ข่าวทั่วไป
อินไซด์ตำรวจประจำวันที่11ม.ค.


ผบช.น.รับนโยบายสั่งลุยแผนประชาวิวัฒน์
[size=150] คมชัดลึก > อาชญากรรม > ข่าวทั่วไป[/size]

 คมชัดลึก :ผบช.น.สั่งลุย "แผนประชาวิวัฒน์ " มั่นใจตำรวจนครบาล ทำได้ตามเป้าลด " อาชญากรรม กทม. " 6 เดือน พร้อมคาดโทษ สน. หย่อนยานมีผลปราบปรามไม่เข้าตา วอนขอความร่วมมือ" ประชาชน " เป็นหูเป็นตา


 สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและการจราจร (สนข.)แยกยมราช วันที่ 10 ม.ค. พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ( ผบช.น.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รอง ผบช.น. รับผิดชองานด้านการป้องกันปราบปราม พล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ และ พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ รอง ผบช.น.ผู้ช่วยงานป้องกันปราบปราม

 ชี้แจงทำความเข้าใจแนวทางปฏิบัติลดปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่ กทม.ให้กับนายตำรวจระดับผู้บังคับการ -รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1-9 กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ ( บก.สปพ.) กองบังคับการตำรวจจราจร ( บก.จร.) และ ผกก.88 สน. โครงการประชาวิวัฒน์ และแนวทางลดปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่ กทม.ตามนโยบายของรัฐบาลต้องลดอาชญากรรมใน กทม.ทุกรูปแบบให้ได้ 20% ภายใน 6 เดือน

 พล.ต.ท.จักรทิพย์ แสดงความมั่นใจว่า ตำรวจนครบาลสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายตามที่รัฐบาลกำหนดไว้ในการลดปัญหาอาชญากรรมได้อย่างแน่นอน เพราะเรามีกำลังพลที่เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน และมีความร่วมมือจาก กทม. ฝ่ายทหาร รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ซึ่งจะมีการนำสถิติของปัญหาอาชญากรรมย้อนหลัง 3 ปีมาเป็นเกณฑ์ และให้ทั้ง 88 สน.รายงานผลการปราบปรามกลับมาทุกๆ 2 สัปดาห์

 " การปฏิบัติครั้งนี้ นอกจากผมจะเน้นย้ำให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างจริงจังแล้ว ยังได้กำชับตำรวจ 88 สน.ว่า หากท้องที่ใดไม่สามารถปฏิบัติได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ จะต้องถูกพิจารณาโทษทั้งทางปกครองและวินัยอย่าเฉียบขาด " ผบช.น.กล่าว

 พล.ต.ท.จักรทิพย์ กล่าวต่อว่า บช.น.จะเริ่มดำเนินการลดปัญหาอาชญากรรมทั้งการปราบปรามอาชญากรรมและยา เสพติดตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พร้อมขอให้ประชาชนให้ความร่วมมือและเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
วิงวอน.
ระดับ 4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 375


Re: ข่าวตำรวจประจำวันนี้ รายงานโดย"วิงวอน"
« ตอบ #264 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 06:18:14 »


วันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7348 ข่าวสดรายวัน

ประทัดยักษ์เป็นเหตุ ฆ่า3ศพผญบ.กรุงเก่า ลูกบ้านแค้นเสียงดัง



สดจากสนามข่าว
วิเชียร นรสิงห์ เรื่อง/ภาพ




////แกละ แสดงท่ายิง

 
ย่างเข้าสู่ปี 2554 ไม่ทันไรเกิดเหตุฆ่าสยอง 3 ศพที่เมืองกรุงเก่า โดยคนตายเป็นผู้นำชุมชน ประกอบด้วย นายโอด ดอนน้อย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรี อยุธยา นายปพน ดอนน้อย ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 เป็นน้องชายนายโอด และ นายกิตติ สุขพัฒน์ธี อดีตอาจารย์โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา

เซ่นสังเวยฉลองรับปีกระต่าย

จากชนวนเหตุโกรธแค้นไม่พอใจที่นำประทัดยักษ์มาจุดเล่น ส่งเสียงดังรบกวนสร้างความรำคาญ ทำให้ฝ่ายตรงข้ามไม่พอใจยกพวกบุกมาหาเรื่องหน้าบ้านพัก เปิดศึกดวลกำปั้นกันอย่างอุตลุด

ก่อนจะชักปืนออกมารัวยิงอย่างไม่เลี้ยงตาย 3 ศพ บาดเจ็บอีก 1 ราย ของคืนวันที่ 2 มกราคม

แล้วพากันเผ่นหนีความผิด แต่ก็ลอยนวลอยู่ได้ไม่นาน!??

วันที่ 5 มกราคม พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รอง ผบช.ภาค 1 พล.ต.ต.อนุรักษ์ แตงเกษม ผบก.ภ.จว. พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.วุฒิพงศ์ เพ็ชกำเนิด รอง ผบก.ภ.จ.พระนครศรี อยุธยา พ.ต.อ.สมบัติ ชูชัยยะ ผกก.สภ. พระนครศรีอยุธยา ร่วมแถลงข่าวจับกุมนายยุติ หรือ แกละ ขันทองหล่อ อายุ 49 ปี, นายนิกร หรือ บอย กุศลทาน อายุ 27 ปี และ นายแจ๊ค (นามสมมติ) อายุ 17 ปี



1.ญาติร่ำไห้กอดศพ

2.พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง แถลงข่าว

3.ผู้ต้องหาขอขมาญาติผู้ตาย

 ทั้ง 3 คนก่อเหตุฆาตกรรมนายโอดกับพวกเมื่อช่วงค่ำของคืนวันที่ 2 มกราคม ที่ผ่านมา

คดีนี้ตำรวจรับแจ้งเกิดเหตุมีคนถูกยิงเสียชีวิตและบาดเจ็บ บนถนนภายในซอยชุมชนวัดพระงาม หมู่ 3 ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

ที่เกิดเหตุ นายโอด นายปพน และนายกิตติ ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด .38 เจาะเข้าศีรษะตรงจุดตาย

นอกจากนี้ ยังมีผู้บาดเจ็บคือ นายบุญเลิศ รักชู อายุ 36 ปี มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาดเดียวกันเข้าฝ่ามือซ้าย ถูกนำตัวส่งร.พ.พระนครศรีอยุธยา

เป็นคดีที่ไม่ซับซ้อนเพราะคนลงมือเป็นลูกบ้าน พักอยู่ในซอยเดียวกัน

อีกทั้งประจักษ์พยานในวันเกิดเหตุ ต่างออกมาให้การที่เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ระบุชัดซัดถึงคนลั่นไกป?นฆ่าอย่างโหดเ////้ยม คือ นายยุติ หรือแกละ กับพวกรวม 3 คน หลังก่อเหตุทั้งหมดเผ่นหายไปจากบ้านอย่างไร้ร่องรอย



ผู้ใหญ่โอด ดอนน้อย

พยานหลักฐานที่ตำรวจรวบรวมได้มัดแน่นชนิดดิ้นไม่หลุด!??

เหยื่อกระสุนเป็นถึงผู้นำชุมชน ผู้การอนุรักษ์เรียกระดมทีมชุดสืบสวนภ.จว.พระนครศรีอยุธยา และฝ่ายสืบสวน สภ. พระนครศรีอยุธยา แบ่งทีมออกควานหาตัวในทันที

แล้ว "////แกละ" มือปืนเ////้ยมถูกตะครุบตัวไว้ได้ ขณะกบดานอยู่ที่บ้านเลขที่ 75 หมู่ 8 ต.บ่อแฮ้ว อ.เมืองลำปาง ส่วนนายนิกรกับนายแจ๊คถูกจับในเวลาต่อมา ขณะหลบซ่อนตัวภายในชุมชนแออัด อ.เมืองนครสวรรค์

ทั้งสามถูกนำตัวส่งให้ผู้บังคับบัญชาสอบเค้นถึงต้นสายปลายเหตุฆ่าสยองรับวันปีใหม่

นายยุติ สารภาพว่าเป็นคนลงมือลั่นกระสุนยิงผู้ใหญ่บ้านกับพวก สาเหตุเกิดจากตั้งวงดื่มสุราฉลองปีใหม่กับเพื่อนอยู่ท้ายซอย ซึ่งอยู่ห่างจากกลุ่มของผู้ใหญ่บ้านที่ได้ตั้งวงอยู่กับญาติและเพื่อนบ้านกว่า 10 คน ที่ศาลาพักผู้โดยสารถัดไปประมาณ 50 เมตร

กระทั่งดึกกลุ่มของผู้ใหญ่โอด นำประทัดยักษ์มาจุดเล่นส่งเสียงดังลั่นไปทั้งซอย สร้างความไม่พอใจจึงพาพวกที่นั่งร่วมดื่มบุกมาหาเรื่อง จนเกิดการดวลกำปั้นกันอยู่พักใหญ่

ผู้ต้องหาอ้างว่าผู้ใหญ่โอดปรี่เข้ามาหาแถมพูดจาข่มขู่ ทำให้ไม่พอใจจึงวิ่งเข้า ไปเอาปืนที่เก็บไว้ในบ้านออกมากระ หน่ำยิงเด็ดชีพทั้งผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่ บ้าน และอดีตครู ก่อนจะแยกย้ายพากันหลบหนีกระทั่งมาถูกจับในที่สุด

ในขณะที่นายแจ๊คกับนายนิกร ที่ถูกจับมาด้วยให้การปฏิเสธ!??

ตำรวจดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฆ่าคนตายโดยเจตนา ร่วมกันพยายามฆ่า และร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่รับอนุญาต

พล.ต.ต.อนุรักษ์ เปิดเผยว่า เป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่คนร้ายก่อเหตุยิงระดับผู้นำชุมชน บุกไปยิงถึงหน้าบ้านขณะจัดเลี้ยงฉลองปีใหม่ สาเหตุมาจากนำประทัดมาจุดส่งเสียงดังรบกวนเพื่อนบ้านที่อยู่ภายในซอยเดียวกัน บวกกับความเมาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่นั่งดื่มกันตั้งแต่เช้ายันถึงกลางคืน

ความสนุกนำมาซึ่งความตาย !??

หน้า 2
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
วิงวอน.
ระดับ 4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 375


Re: ข่าวตำรวจประจำวันนี้ รายงานโดย"วิงวอน"
« ตอบ #265 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 06:23:23 »


วันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7348 ข่าวสดรายวัน

สโลแกนผบ.ตร.

ชกไม่มีมุม
วงค์ ตาวัน



หากวัดจากการลงคะแนนเลือกตั้งก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว ถือเป็นสัญญาณเตือนจากข้าราชการตำรวจ ถึงนักการเมือง ให้ยั้งคิดในการใช้อำนาจแทรก แซงองค์กรตำรวจอย่างชัดแจ้ง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแต่งตั้งโยกย้าย

เพราะก.ตร.เป็นองค์กรที่มีหน้าที่สำคัญ ใน การแต่งตั้งตำรวจระดับนายพลทั้งหมด ยกเว้นเฉพาะตำแหน่งผบ.ตร.

แต่การใช้อำนาจแทรกแซงโผตำรวจ ไม่ใช่แค่นายพลเท่านั้น หากลงลึกถึงระดับนายพัน

ระหว่างนี้เป็นช่วงทำบัญชีแต่งตั้งระดับรองผู้การลงไปถึงสารวัตรพอดี

เป็นที่รู้กันทั่วว่า ตั๋วจากฝ่ายการเมืองที่ส่งลงมานั้น ล้น แล้วล้นอีก ตำแหน่งที่มีสำหรับการแต่งตั้ง ยังไม่เพียงพอรองรับบัญชีรายชื่อที่ฝ่ายการเมืองส่งลงมาด้วยซ้ำ

แทบไม่มีเหลือให้ระบบการแต่งตั้งปกติตามสายบังคับบัญชาของตำรวจเองเลย!

นี่กำลังเป็นปัญหา ให้ผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติและตำรวจที่อยู่ในข่ายจะได้รับแต่งตั้งโยกย้ายเจ็บปวดไปตามๆ กัน

ยกเว้นก็แต่ตำรวจที่แอบอิงอยู่กับสายอำนาจการเมืองเท่านั้นที่มีความสุข

แบบนี้แล้วอีกหน่อยก็คงไม่มีตำรวจทำงานปราบโจรผู้ร้าย

เพราะทำงานอย่างขยันขันแข็งอยู่ในสายตาผู้บังคับบัญชาเช่นไร

แต่สุดท้ายผู้บังคับบัญชาตามสายงาน ไม่มีสิทธิ์จะพิจารณาความดีความชอบเลื่อนชั้นแต่งตั้งได้!

อำนาจแต่งตั้งไปอยู่ที่ คนใหญ่ในทำเนียบ คนใกล้ชิดเป็นเงาติดตัว ไปจนถึงนักการเมืองที่คุมตำรวจในมือ

แล้วใครจะมัวรับใช้ประชาชน รับใช้องค์กรตำรวจอยู่ อีกเล่า

มีแต่ต้องไปรับใช้การเมืองเท่านั้น

ขณะเดียวกันความสำคัญของบัญชีแต่งตั้งระดับรองผู้การ-สารวัตร ที่กำลังการเมืองครอบงำเบ็ดเสร็จในขณะนี้

จุดหลักอยู่ที่ เป็นการแต่งตั้งระดับโรงพักต่างๆ ทั่วประเทศ ทั้งหัวหน้าโรงพัก ลงไปถึงสารวัตร!

รู้ทั้งรู้ว่า โรงพักคือหน้าตาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ งานโรงพักสัมผัสประชาชนใกล้ชิดที่สุด

โรงพักจึงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ กลับถูกนักการเมืองใช้อำนาจในการเลือกคนมาลง ตามความใกล้ชิดและการรับใช้การเมือง

ไม่ได้ดูที่ความใกล้ชิดงานบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ชาวบ้าน

อย่างนี้แล้วสโลแกนที่ผบ.ตร.อุตส่าห์คิดค้น "บริการดุจญาติ พิทักษ์ราษฎร์ดุจครอบครัว"

จะเป็นจริงได้อย่างไร!?

หน้า 2

 

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
วิงวอน.
ระดับ 4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 375


Re: ข่าวตำรวจประจำวันนี้ รายงานโดย"วิงวอน"
« ตอบ #266 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 06:31:44 »



คอลัมน์ : ผู้พิทักษ์ สันติราษฎร์
รายงานตัววันนี้...ผ่านพ้นช่วง “แก้ผ้าเอาหน้ารอด” มา 15 วัน จากประกาศิต “หนุ่มมาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ประเทศไทย ขีดเส้นใต้สะสางยาเสพติดให้บรรเทาภายใน 1 เดือน “บิ๊กน้อย” พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี แม่ทัพใหญ่สีกากี ควง พล.ต.ท.อติเทพ ปัญจมานนท์ ผบช.ปส.โชว์ตัวเลขจับยาบ้าทั่วประเทศได้ 1 ล้านกว่าเม็ด บ่งชี้ว่าปัญหายาเสพติดยังระบาดหนัก ทางรัฐบาลน่าจะหันมาใส่ใจมากกว่านี้ ไม่ใช่เหวี่ยงแหจับโน่นผสมนี่ไปเลย ชัดๆ ปราบยาเสพติดยังไม่ทุเลา ก็หันไปเล่นตู้แมว ตู้ม้า เปิดรายการ “เชือดไก่ให้ลิงดู” เด้ง “บิ๊กเม” พ.ต.อ.เมธี รักพันธุ์ ผกก.โรงพักวัดพระยาไกร และ พ.ต.อ.ชัยน์วัฒน์ อรัญวัฒน์ ผกก.โรงพักคลองตัน เข้ากรุ...รู้มั้ยผลลับที่ตามมา ตำรวจโรงพักต่างไม่รู้จะหันไปทุ่มเทเรื่องไหนก่อน ถึงจะถูกใจ “นาย” เพราะใครไม่เคยจับยาเสพติดคงไม่รู้ จับยาที่ไม่ใช่ขี้ยาต้องใช้เวลาและทุ่มเท ไม่เหมือนเดินซื้อผักในตลาด นะจ๊ะเจ้านาย...เฮ้อ...

..เห็นแบบนี้ไม่แปลกใจ เหตุใด 5 ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิจากอดีตตำรวจเก่า ที่ตำรวจระดับ ผกก.ทั่วประเทศ ลงคะแนนเลือกตั้งมา ถึงได้ “อาจารย์ป๋อม” พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช อดีตรอง ผบ.ตร. “บิ๊กศรี” พล.ต.อ.วุฑฒิชัย ศรีรัตนวุฑฒิ อดีตรอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.ชาญชิต เพียรเลิศ อดีตรอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ศุภวุฒิ สังข์อ่อง อดีตผู้ช่วย ผบ.ตร. และ “แอ๊ว ศิษย์จิ๋ว” พล.ต.อ.บุญฤทธิ์ รัตนะพร อดีตที่ปรึกษา (สบ 10) เพราะสะท้อนความรู้สึกคนสีกากี ต้องการผู้ที่จะมาเป็นปากเป็นเสียง ต่อสู้กับแรงบีบจากทั้งนักการเมืองและผู้บริหาร สตช.ที่ชอบทำตัวเหมือน “หลิวลู่ลม”…

..ก็จะไม่ให้ลูกน้องมอง “นาย” เป็นหลิวลู่ลมได้อย่างไร แค่โผ “นายพัน” ที่แพลมออกมา เก้าอี้ “รอง ผบก.-สว.” ทั้งเปิดใหม่และตำแหน่งว่างหลายร้อยเก้าอี้ ตามปกติเหมือนรู้ๆ กัน มีการจัดสรรโควตากันเรียบร้อย แต่เที่ยวนี้แว่วๆ นักการเมืองปากกว้าง ไม่พอกินจะมาชิมเค้กของ ตร.ด้วย จนคนทำงานท้อแท้ บ่นกันพึม...“รู้งี้เลิกทำงานวิ่งตั๋วนักการเมืองดีกว่า” ชาวบ้านตาดำๆ ได้ยินแบบนี้รู้สึกวังเวงใจยังไงชอบกล หรือ “ผบ.น้อย” ว่าไง...

..แต่ก็ยังดีที่วันก่อนได้ยินข่าว “ผู้การฯ เมืองชาละวัน” พล.ต.ต.กฤษณะ ศิริปิยะวัฒน์ ผบก.ภ.จว.พิจิตร มีไอเดียกิ๊บเก๋แก้ปัญหาสังคมและอาชญากรรม ด้วยการให้ตำรวจสัญญาบัตรในแต่ละโรงพักในสังกัด รับบทครูเดินสายให้ความรู้เด็กนักเรียนตามโรงเรียนต่างๆ ให้รู้ถึงกฎหมายเบื้องต้นที่ใกล้ชิดในชีวิตประจำวัน ทั้งกฎหมายแพ่ง อาญา พ.ร.บ.จราจร พ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิเด็กและสตรี เทคนิคการจดจำรูปพรรณสัณฐานและยานพาหนะคนร้าย แสดงว่าถึงตำรวจโดนกดดันจากการบริหารงานภายในอย่างไร แต่ก็ยังมีสำนึกดี รู้ว่าเครื่องแบบสีกากีที่สวมใส่ เงินเดือนที่ใช้จ่าย มาจากภาษีประชาชน...

..ปิดท้ายแจ้งข่าวผู้ที่หลงใหลเครื่องแบบสีกากี โรงเรียนนายร้อยตำรวจ เปิดรับสมัครและสอบคัดเลือกข้าราชการตำรวจชาย-หญิง บุคคลภายนอกหญิงเข้าเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ และบุคคลภายนอกชายเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ในส่วนตำรวจเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป รายละเอียดหมุนไปถามเบอร์ 034-311-103…

..สวัสดี
                                                       รอง ป.
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
วิงวอน.
ระดับ 4
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 375


Re: ข่าวตำรวจประจำวันนี้ รายงานโดย"วิงวอน"
« ตอบ #267 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 06:36:10 »




เปิดภูมิหลังยาเสพติดระบาดในชุมชนไผ่เขียว

เปิดภูมิหลังยาเสพติดระบาดในชุมชนไผ่เขียว
ปัญหาและสถานการณ์ของยาเสพติด นับวันที่จะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น มีการลำเรียงจากภาคเหนือ ภาคอีสานมุ่งสู่ทางภาคกลาง ซึ่งเป็นแหล่งพักยาเสพติดตามจุดต่างๆ เช่น อ่างทอง บางประหัน ลพบุรี สระบุรี อยุธยา บางประอิน วังน้อย ปทุมธานี สุพรรณบุรี นครปฐม ฯลฯ ก่อนจะล่องลงสู่ภาคใต้

ปัจจุบันข่าวที่ออกตามหน้าสื่อต่างๆ กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมยาบ้าได้ครั้งละประมาณ 10,000 หรือ 100,000 หรือ 1,000,000 เม็ด รวมทั้งยาไอซ์, โคเคนอีกนับ 100 กิโลกรัม แต่ผลการจับกุมที่ผ่านมาก็ไม่ทำให้ยาเสพติดลดน้อยลงกลับยิ่งเพิ่มปริมาณมากยิ่งขึ้นไปด้วยซ้ำ นี่เป็นการบ่งชี้ให้เห็นถึงการกระทำผิดของกลุ่มขบวนการค้ายาบ้า มันเพิ่มการผลิตมากขึ้นและได้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว จนไม่สามารถสกัดกั้นการแพร่กระจายได้ ทุกวันนี้ได้แพร่ระบาดอย่างหนักเข้าตามชุมชน, วัด, โรงเรียน, มหาวิทยาลัย หรือแม้แต่ในเรือนจำ ขนาดเด็กอายุ 8-10 ปี ก็เริ่มหันมาใช้ยาเสพติดกันแล้ว โดยจำหน่ายเหมือนสินค้าโอท็อป โดยเฉพาะในชุมชนไผ่เขียว

พล.ต.ท.อติเทพ ปัญจมานนท์ ผบช.ปส. กล่าวเปิดภูมิหลังการแพร่ระบาดของยาบ้าในชุมชนไผ่ขียว ว่า ชุมชนไผ่เขี้ยว ตั้งอยู่หมู่ 6 ต.เชียงรากน้อย อ.บางประอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ชุมชนแห่งนี้ในอดีตเคยเป็นแหล่งพักยาเสพติดแหล่งใหญ่แห่งหนึ่ง ช่วงก่อนปราบปรามยาเสพติดเมื่อปี พ.ศ.2546 โดยชุมชนแห่งนี้มีสภาพเป็นชุมชนแออัดอยู่ในพื้นที่ประมาณ 1.2 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่บริเวณริมถนนพหลโยธิน มีประชากรประมาณ 600 ครอบครัว ส่วนใหญ่ตั้งรกรากอยู่ในพื้นที่นี้มาช้านาน มีคนจำนวนไม่น้อยในชุมชนแห่งนี้ เคยพัวพันกับยาบ้ามาช้านาน ตั้งแต่ยานรกตัวนี้ที่เรียกว่ายาขยัน ซื้อ-ขายกันจากต้นทางในราคาเม็ดละ 1-5 บาท เรื่อยมาจนเปลี่ยนชื่อเป็นยาม้าและเปลี่ยนชื่อเป็นยาบ้าในปัจจุบัน สนนราคาซื้อขายกันอยู่ที่เม็ดละ 250-350 บาท โดยมีการสืบทอดกันรุ่นต่อรุ่นเรื่อยมา จากเด็กเสพจนพลิกผันชีวิตมาเป็นเด็กเดินยอด ก่อนที่จะก้าวมาเป็นเอเย่นต์ยาบ้าเสียเอง ก่อนปี พ.ศ.2546 ชุมชนแห่งนี้เต็มไปด้วยผู้ค้ายาบ้าทั้งรายใหญ่รายย่อย พวกรายใหญ่ไปขนเอายามาจากตลาดไท โดยหิ้วถุงยาบ้าเดินเข้าไปเก็บไว้ในบ้านกันอย่างเอิกเกริก ก่อนนำมาปล่อยให้รายย่อยในชุมชนเอาไปปล่อยขายต่อ

บนถนนเส้นนี้สมัยนั้นยังเป็นถนน 2 เลน รถวิ่งผ่านไปมา พวกรถ บ.ข.ส. และบรรทุก 10-6 ล้อ ที่ขับผ่านทั้งขาขึ้นเหนือหรือขาล่องใต้และภาคอีสาน พวกโชเฟอร์รถต่างๆ จะต้องแวะซื้อยาบ้า กินข้าวกับเที่ยวผู้หญิงจากที่นี่ก่อนออกเดินทาง โดยพวกกลุ่มผู้ค้าจะนำยาบ้าใส่ไว้ใต้ฝากระทิงแดงหรือลิโพ แล้วบีบฝาให้แบนหรือไม่ก็ใสหลอดกาแฟรนไฟปิดหัวท้าย ขายในราคา 3 เม็ด 60-100 บาทแล้วแต่เกรด โดยนำไปฝากขายตามปั๊มน้ำมันบ้าง ร้านขายพวงมาลัยริมทางย่านรังสิตและประตูน้ำพระอินราชา

พล.ต.ท.อติเทพ เปิดเผยต่อไปว่า กลุ่มพวกค้ายาที่เคยถูกจับได้เปิดเผยว่า กลุ่มเจ้าแม่ค้ายาของภาคเหนือคือนางบุญเรือน โพธิ์ธนา จะรับยาบ้ามาจาก นายสุรชัย หรือพิษณุ หรือใหญ่ คีรีหิรัญ โดยมีนายวิเชียร หรือขาว สวัสดี เป็นสมุนมือขวา ยาบ้าพวกนี้กลุ่มนายสุรชัย จะส่งลงมาจากทางภาคเหนือ โดยจะนำซุกซ่อนมากับพวกแข่งผักหรือลังผลส้ม เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยช่วงที่มีการบูมของการค้ายาบ้านายวิเชียร หรือขาว จึงได้แยกตัวออกจากนางบุญเรือน มาขยายเครือข่าย โดยรับยาบ้าจากนายสุรชัย โดยมีนายสำเริง หรือเป๋ เรียนงาม นายจรินทร์ หรือมด พวงจิตร และนายสุนทร หรือเจี๊ยบ โสภา เป็นสมุนคู่ใจ

ต่อมาพอรัฐบาลมีนโยบายปราบปรามยาเสพติดอย่างหนัก กลุ่มผู้ค้ายาบ้าในชุมชนนี้เริ่มหนีแตกกระเจิงออกจากชุมชนไผ่เขียวไปทำมาหากินย่านคลองหลวง จ.ปทุมธานี บ้างก็หลบไปแฝงตัวอยู่ตามนิคมอุตสาหกรรมย่านนวนคร หรือพื้นที่อื่นๆ ใน จ.พระนครศรีอยุธยา ต่อมาเมื่อวันที่ 14-15 และ 16 พ.ค.2548 กลุ่มของนายวิเชียร ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร จ.พระนครศรีอยุธยา จับกุมคือนายชนะศักดิ์ หรือเผือก ยินดี นายนเรศ หรือโหน่ง ขำขุด และนายชนะศักดิ์ หรือเก่ง สุขัดดานนท์ ต่อมาตำรวจ สภ.อ.เมืองนนทบุรี ได้ขยายผลจนสมารถจับกุมนายวิเชียร หรือขาว สวัสดี ได้เมื่อวันที่ 18 พ.ค.48 ถูกตำรวจ สภ.อ.เมืองนนทบุรี จับกุมพร้อมลูกสมุนคู่ใจคือนายสำเริง หรือเป๋ เรียนงาม, นายจรินทร์หรือมด พวงจิตร และนายสุนทร หรือเจียบ โสภา รวม 4 คนพร้อมของกลางยาบ้า 200 เม็ดเงินสด จำนวน 1.2 ล้านบาท อาวุธปืน จำนวน 5 กระบอกและรถยนต์ 7 คัน ก่อนที่ตำรวจ บช.ปส.จะขยายผลการจับกุมผู้ต้องหาได้ จำนวน 2 คน ซึ่งเป็นเครือข่ายของนายวิเชียร ที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 25 พ.ค.48 พร้อมของกลางยาบ้าอีก 700,000 เม็ด

พล.ต.ท.อติเทพ กล่าวต่อไปว่า คดีของนายวิเชียรนั้นศาลจังหวัดนนทบุรีได้นัดฟังคำพิพากษาคดีในวันที่ 9 ก.ย.48 แต่กลับวางแผนให้นายวิเชษฐ์ หรือดำ สวัสดี น้องชายพร้อมนายมนัส มันพรม นายวิรัช ปัดภัย น.ส.ณัฎฐ์ สังกรณ์ นายณรงค์ ชินเกตุ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมแก๊งบุกเข้ามาชิงตัว ที่ห้องเยี่ยมผู้ต้องขังภายในเรือนจำจังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 8 ก.ย.48 พร้อมนักโทษอีกคนคือนายประยุทธ ถิ่นนา ที่ถูกตำรวจ สภ.อ.ปากเกร็ด จับกุมเมื่อวันที่ 5 มี.ค.48 ข้อหาจำหน่ายยาบ้า 650 เม็ด แต่นายประยุทธก็ถูกจับกุมตัวขณะหลบหนี และต่อมาเมื่อวันที่ 11 ก.ย.48 ทางชุดสืบสวน ภ.1ได้จับนายวิรัช และ น.ส.ณัฎฐ์ ได้ที่ อ.เมืองปทุมธานี และในวันที่ 12 ก.ย.48 ทางชุดสืบสวน ภ.1 ร่วมกับตำรวจ ภ.5 จับกุมตัวนายวิเชษฐ์ ได้ที่แยกสนามบินเชียงใหม่ ส่วนนายมนัส และนายณรงค์ ได้ติดต่อขอมอบตัว ส่วนนายวิเชียร สามารถหลบหนีไปได้

พล.ต.ท.อติเทพ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายหลังนโยบายด้านการปราบปรามยาเสพติดเริ่มลดความเข้มข้นลง กลุ่มผู้ค้ายาก็ได้เริ่มทยอยกันกลับเข้ามาในชุมชนไผ่เขียว และกลายเป็นกลุ่มผู้ค้ารายย่อย ซึ่งในขณะนั้นตนดำรงค์ตำแหน่งเป็น รอง ผบช.ปส.จึงได้เปิดยุทธการฟ้าใสที่ไผ่เขียว โดยนำกำลังบุกปิดล้อมตรวจค้นในพื้นที่ชุมชนก่อนรุ่งสาง ได้ผู้ต้องหาตามหมายจับและของกลางยาเสพติดจำนวนหนึ่ง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการกดดันกลุ่มผู้ค้ายาในชุมชนอย่างหนัก โดยปิดล้อมตั้งด่านตรวจทางเข้าออกชุมชนตลอด 24 ชั่วโมง อย่างต่อเนื่องเพื่อสกัดกั้นไม่ให้มีการโยกย้ายและขนยาบ้าเข้าออกชุมชน ช่วงนั้นปัญหายาเสพติดภายในชุมชนลดน้อยลงมาก

“แต่ก็เป็นไปได้เพียงระยะหนึ่งเท่านั้น ในปี พ.ศ.2551 เมื่อเจ้าหน้าที่รัฐบาลเริ่มคลายการกดดัน ชุมชนที่เข้มแข็งที่เคยสร้างไว้เมื่อ 2 ปีก่อน ก็เริ่มอ่อนแอลงและต่อมาในปี พ.ศ.2552-2553 สถานการณ์ยาเสพติดภายในชุมชนไผ่เขียว ได้หวลฟื้นคืนชีพกลับมาอีกครั้งและหนักกว่าเดิมเสียอีก ซึ่งนายชาญชัย ประสงค์ศิลป์ หรือโจ๊กไผ่เขียว และนายนพพล ประสงค์ศิลป์ หรือจิ๊บ ไผ่เขียว 2 พี่น้อง ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นเพียงแค่เด็กเดินยา ก็ผันตัวขึ้นมาเป็นผู้ค้ารายใหญ่ แทนที่นายวิเชียร ที่กำลังหลบหนีอยู่” พล.ต.ท.อติเทพ กล่าว
ทีมข่าวอาชญากรรม-รายงาน

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
chokdee
ระดับ 5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 520



Re: ข่าวตำรวจประจำวันนี้ รายงานโดย"วิงวอน"
« ตอบ #268 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 09:06:05 »

โผตำรวจลงตัวแบ่งเค้กตามสูตร33-20-47
วันอังคาร ที่ 11 มกราคม 2554 เวลา 9:47 น
   .เนื้อหาข่าว

ท็อปฮิตสุด ๆ ในช่วงนี้ คงหนีไม่พ้นการเร่งทำโผแต่งตั้งโยกย้าย รอง ผบก.-สว.ที่ค้างคามายาวนาน

วันนี้ต้องขอรายงานตัวอย่างเป็นทางการ หลัง”กูรูสีกากี” หายหน้าหายตาไปนาน  เพราะอยู่ในช่วงหยุดยาวฉลองปีใหม่  กลับมาก็ตั้งหน้าตั้งตา ขุดคุยความเคลื่อนไหวใน  แวดวงคนสีกากี มาเล่าสู่กันฟัง  แต่ที่ท็อปฮิตสุดๆ ในช่วงนี้  คงหนีไม่พ้น การเร่งทำโผแต่งตั้งโยกย้าย รอง ผบก.-สว. ที่ค้างคามายาวนาน แล้วแต่ที่จะหาวิธีการมาอ้าง  แต่ความจริงก็เปิดเผย เมื่อ  กตร. ตรายาง ที่หมดวาระลงแล้ว  มี  นายหัวสุเทพ นั่งเป็นประธานผ่านฉลุย ขออนุมัติเพิ่มตำแหน่ง รอง ผบก. ในนครบาล อีก 28 ตำแหน่ง สมใจอยากของใครบ้างคน ผกก. เลยเพิ่มขึ้นอีกเพียบ  ห่วงเวลานี้นักวิ่งสีกากีจึงวิ่งฝุ่นตลบ
           
สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงออกว่า  ตำแหน่งมันมีน้อยกว่า  ความต้องการนักการเมือง ดังนั้น อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ ว่า  นักการเมือง  ไม่มีเอี่ยวกับโผแต่งตั้งโยกย้าย  เพราะนักการเมืองกลัวสอบตก มากกว่ากลัวบาป ถ้าไม่เชื่อให้ถาม ครอบครัวจ่าเพียร  ดูได้  โผครั้งนี้จึงเป็น  โผสร้างฐานเสียงในการเลือกตั้ง  ที่ จะมาถึงในไม่ช้า  เพราะตำรวจมีอำนาจล้นฟ้า ต่อกรกับอะไรก็ได้ รวมถึงมีบทบาทเป็นเครื่องมือกลไกลของการเลือกตั้ง  ซ้ายหันขวาหันได้หมด
           
ข่าวลับในที่แจ้ง พบข้อมูลว่า ขณะนี้ มีการแบ่งเค้กกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ลำดับอาวุโส 33 % แตะต้องไม่ได้  เพราะเป็นกฎเหล็ก ที่เหลือแบ่งเค้กชัดเจน  ตร.ได้ 20 % ส่วนที่เหลือเป็นของ  การเมือง 47% แต่แบ่งแยกการเมืองออกให้ย่อยอีก คือ  ฝั่งรองนายกฯ 27 % และ ฝั่งนายกฯ 20%  ไม่ทราบว่า ไปๆมาๆ จะมากินเปอร์เซ็นต์ ตร. อีกหรือเปล่าครับท่านนักการเมือง  เพราะ ตั๋วฝากมีมากกว่าตำแหน่ง  ถ้าเป็นไปได้น่าจะให้  สำนักโพล  ลองทำโพลช่วงวิ่งเต้นโยกย้ายดูว่า เงินจะสะพัดขนาดไหน  รับรองงานนี้รวยทั่วหน้า
             
สำหรับ ตร. มาถึงเพลานี้ “บิ๊กน้อย” พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. ต้องยอมรับว่าได้ใจทีมงาน รอง ผบ.ตร.  ผช.ผบ.ตร. ไปเต็ม  เพราะท่านแบ่งเค้กให้ตามลำดับชั้น ไม่รับประทานเองหมด ส่วน ผบช. นั้นไม่ต้องถาม บช.ทำเลทอง อย่าง  นครบาล  สตม. บช.ก.  บช.ตัวเลข  ก็ยังมีรูหายใจได้ส่งเด็กตัวเองเป็นใหญ่บ้าง ดังนั้น วันที่ 11 ม.ค.ดีเดย์  รับนโยบายแต่งตั้ง  แต่ความเป็นจริงรับโผแบ่งเค้กจาก ตร. ให้ บช.ไปลงมือปรุงแต่ง  18 ม.ค. ส่งมาดู ก่อนเผยแพร่ต่อสื่อมวลชน ขอย้ำถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด หรือยังแบ่งกันไม่ลงตัวอาจเลื่อนต่อได้ครับ  เพราะมีเวลาอีกจนถึง 31 ม.ค.โน่น มี ผล 1 ก.พ.54

กูรูสีกากี
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
von
Moderator
ระดับ 5
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3377


ลาพักร้อน


เว็บไซต์
Re: ข่าวตำรวจประจำวันนี้ รายงานโดย"วิงวอน"
« ตอบ #269 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 19:50:37 »

ขอ แทรกข่าวประชาสัมพันธุ์หน่อยครับ

ขอเชิญ เขาน้อย รุ่น ๒๒ ชลบุรี  พบปะสังสรรค์
ในวันเสาร์ ที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ 
ณ  เขื่อนอุบลรัตน์ จว.ขอนแก่น 
ด.ต.เอนก  เจริญผล(ป.โท ๔๒๓ ปราจีนบุรี)  ร้อย ๑
 โทร  ๐๘๑-๙๑ ๙๔๕๐๓
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: 1 ... 16 17 [18] 19 20 ... 30 ขึ้นบน พิมพ์ 
« previous next »
กระโดดไป:  

เข้าระบบ  สมัครสมาชิกใหม่  เว็บบอร์ด  ห้องภาพ   เกมส์ 

เว็บบอร์ดตำรวจ  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ   ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 1   กองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 1 

Thai Jaidee Dot Com  v CopThailand  Police Cadet 49  Saranair Dot Com  Wine Lover Society Cyperusthailand

อัลบั้มภาพใจดี  BCC 138  Police Cadet 49  3sisbedandbreakfast รำพึงเพลส

Powered by MySQL Powered by PHP
© 2005 Modified by v Cop Thailand.
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!